Digiqole ad

“ชาติซ้าย” ระดมความคิดชาวมวยปราบมวยล้มให้สิ้นซาก “เสี่ยโบ๊ท” สะท้อนจุดเสื่อม ถึงเวลาแล้ว ต้องหันหน้าเข้าหากัน

 “ชาติซ้าย” ระดมความคิดชาวมวยปราบมวยล้มให้สิ้นซาก “เสี่ยโบ๊ท” สะท้อนจุดเสื่อม ถึงเวลาแล้ว ต้องหันหน้าเข้าหากัน

“ชาติซ้าย” นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย จัดประชุมเพื่อปรึกษาหาแนวทางขจัดภัยร้ายวงการมวยมาตรการปราบมวยล้ม ด้านเสี่ยโบ๊ทสุดดีใจคนมวยหันหน้าเข้าหากัน วอนผู้ใหญ่ช่วยส่งต่อมรดกล้ำค่าให้คนรุ่นใหม่ ตนตั้งธงเป็นศัตรูกับขบวนการมวยล้ม

เมื่อเวลา 13:00 น วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2554 ณ ห้องประชุม 217 ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทยสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทยโดย นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย โดยนายพลัฏฐ์ สุวรรณสเมธากร เชิญผู้แทนแฟนมวยร่วมงานไม่เกิน 50 คน มีเซียนมวยขาใหญ่ผู้คร่ำหวอดวงการมวยร่วมระดมความคิดถึงวิธีแก้ไขและป้องกันปราบปรามการล้มมวยบ่อนทำลายวงการมวยที่กลับมาเป็นมะเร็งร้าย กรณีฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์ ดาวรุ่งชื่อดังวัย 19 ปี รับสารภาพล้มมวยจริง จากการชกแพ้น็อก หลานย่าโม ว.วัฒนะ ยกที่ 4 เมิ่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564 ศึกมวยมันส์วันศุกร์ ที่สนามกีฬากลาง จ.บุรีรัมย์ และต่อมามีการซัดทอดถึงขบวนการจ้างวาน คือ นายอุดม จารย์ลี อดีตหัวหน้าคณะนักมวยเกียรติพานทอง โดย เชิญผู้แทนเซียนมวยซึ่ง

สำหรับบุคคลที่ร่วมงาน อาทิ “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ , “แชแม้” นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ ,”เป๊กโก้ เตาปูน” นุกูล เสืองามเอี่ยม , “ซ้อเอ๋จิตรเมืองนนท์ สุนทรี โลหะพืช, “จ่าตุ๊ ป.พงษ์สว่าง , อ.สันติ ระฆังทอง , “ตี๋ราม” บุญเลิศ บุญญาธิกุล , มีแน่ ศิษย์เส่ย , หนุ่ม บางกระดี่ , ดาบพงษ์ 191 , จ่ายา , บั๊กโจ้ โคราช , ไก่ แก้วประพล , อั๋น สุขุมวิท เสี่ยหนุ่ม ท็อปคิงส์ , ฐากูร ผ่องสุภา , ชู ทางด่วน , พิเชษฐ์ เรืองอินทร์ , ภพธร รุ่งสมัย,”เชิด ต.รามอินทรา” เชิดชัย สวัสดิ์ตระกูล , “นุกิ่งแก้ว” ร.อ.วิศนุ ปิ้นอำ , “ริวกิ่งเพชร” องศา จินเปีย , น้อง แดนเหนือ , บุญโด่ง ศักดิ์ชัยสิทธิ์ , ร.ต.อ. สมปอง วงษ์สุทิน , ดร. พิทักษ์ ทองแผ่ , “เสี่ยตี๋ทีเด็ด99” สรศักดิ์ แซ่ตั้ง , ปรัชญา กันภัย ฯลฯ

นายสมชาติ กล่าวว่า “ขบวนการล้มมวย เป็นภัยร้ายของวงการมวยมายาวนานแล้ว คนทำผิดมักจะลอยนวล เพราะยังมีช่องว่างอีกหลายอย่าง จึงขอให้คนมวยทุกฝ่ายช่วยกันอย่างจริงจังใกล้ชิด โดยไม่มีอคติ ทั้งนี้ทางสมาคมยินดีฯสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ทุกวันนี้สมาคมฯไม่มีอาวุธในมือ ทุกอย่างต้องร่วมมือกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย จึงทำให้ขาดการผสานงานอย่างใกล้ชิด ต่อไปนี้ต้องร่วมมือกันจริงจังมากขึ้น ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมความคิดในครั้งนี้ ตนจะนำข้อคิดเห็นต่างๆเสนอบอร์ดมวยให้จัดแผนป้องปรามอย่างเป็นระบบต่อไป เช่นขอบุคคลากรหรือตั้งหน่วยงานจากภาครัฐเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง มิใช่ไฟไหม้ฟางแล้วจบ”

ด้าน เสี่ยโบ๊ท โปรโมเตอร์เพชรยินดี เผย “อยากให้บุคคลวงการมวยทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ช่วยประคับประคอง เคลียร์เรื่องให้โปร่งใส ทั้งการตัดสิน การล้มมวย เพื่อสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่วงการมวยมากขึ้น หากสิ่งเหล่านี้ยังเรื้อรังใครจะเข้าวงการมวยต่อไป อยากให้คนรุ่นเก่าส่งต่อมรดกอันล้ำค่าให้คนรุ่นต่อไป จึงต้องจับมือร่วมกันทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ใครทำหน้าที่อะไรต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด และพรบ.กีฬามวย ต้องบังคับใช้อย่างจริงจัง ใครทำผิดต้องเอามาลงโทษให้ได้”

เสี่ยโบ๊ท ในฐานะคนรุ่นใหม่ เปิดเผยเพิ่มเติม “หลังจากมีการดำเนินคดีกรณีฟ้าวันใหม่ ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับศึกเพชรยินดี จะไปดำเนินคดีทางแพ่งอีกด้วย และตอนนี้มีคนยื่นมือเข้ามาขอเคลียร์แล้ว แต่รับรองไม่มีการเคลียร์หลังฉากอย่างแน่นอน ผิดต้องเป็นผิด ให้เป็นบทเรียนของสังคม และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่อย่างตนให้การสนับสนุนช่วยทนุบำรุงวงการมวยต่อไปอย่างแน่นอน”

ด้านเสี่ยตี๋ หัวหน้าค่ายมวยทีเด็ด99 กล่าว “ทุกวันนี้วงการมวยตกต่ำ เพราะเจ้าหน้าที่ของกกท.ไม่ลงภาคสนาม ทำงานรอรับเอกสารอย่างเดียว ต้องเปลี่ยนการทำงาน โดยส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจทุกสนามเพื่อเป็นทำงานเชิงรุก จะได้ช่วยปิดช่องว่างได้อีกด้วย”

ด้าน ชูทางด่วน มวยหูชื่อดัง เผย “สนับสนุนความคิดที่เจ้าหน้าที่ของกกท.หรือคณะทำงาน เข้าไปสอดส่องดูแลทุกรายการมวยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ”

จ่าตุ๊ อดีตโปรโมเตอรฺลุมพินี เผย “เพราะคนมวยไม่ค่อยให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง ยังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ลับหลังก็แทงข้างหลังกัน ซึ่งเป็นบ่อนทำลายวงการมวยไปเรื่อยๆ แม้สมาคมฯจะอยากทำงานหลายอย่าง ก็จะไม่ได้รับความร่วมมือ เมื่อต่างคนต่างทำงานจึงไม่เกิดความสมัครสมานสามัคคี”

ฐากูร หัวหน้าค่ายศศิประภายิม เผย “ค่ายมวยเป็นช่องทางหนึ่งที่มีมวยล้ม บางคนมาทางพ่อแม่ของนักมวย บางทีมาในทางผู้มีพระคุณเก่า ถ้านักมวยคนไหนล้มมวย อย่าให้อภัย เพื่อให้เป็นแบบอย่าง และโทษที่ร้ายแรง”

มีแน่ เซียนมวยหูชื่อดัง เผย “วิงวอนโปรโมเตอร์ อย่าบีบค่าตัวนักมวย เขาจะได้มีรายได้เพียงพอ และขอสนับสนุนการลงโทษมวยล้มอย่างสูงสุด และกรรมการมีกลิ่น ต้องขจัดให้สิ้นซาก เป็นอีกภัยร้ายของสังคม”

ซ้อเอ๋เมืองนนท์ เผย “ในฐานะตนเป็นโปรโมเตอร์ และหัวหน้าค่ายมวย มีหน้าที่สนับสนุนให้นักมวยทุกคนมีรายการชกอย่างทั่วถึง ซึ่งจะไม่มีสิทธิ์รู้ว่าใครจะล้มมวย แต่ถ้ามีกลิ่นจะเข้าไปดูแลทันที และพยายามไม่ให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น ซึ่งการล้มมวยถือเป็นเนื้อร้ายของวงการมวย”

ด้านบุญโด่ง เผย “อยากให้มีองค์กรกลางเข้ามาดูแลการตัดสิน เช่น กรรมการกลาง ซึ่งอาจช่วยป้องปรามแก้ปัญหาการตัดสินได้อีกด้วย”

Advertisement
Facebook Comments

Related post