Digiqole ad

“ชลน่าน” รับมอบจากนายกฯ นำทีม สธ.ติดตามช่วยเหลือเหตุโรงงานพลุระเบิด “สุพรรณบุรี” ส่งทีม MCATT ในพื้นที่เยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตทันที

 “ชลน่าน” รับมอบจากนายกฯ นำทีม สธ.ติดตามช่วยเหลือเหตุโรงงานพลุระเบิด “สุพรรณบุรี” ส่งทีม MCATT ในพื้นที่เยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตทันที
Social sharing
Digiqole ad

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี นำปลัดกระทรวงสาธารณสุข และทีมผู้บริหาร ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ผู้ประสบเหตุโรงงานพลุระเบิด พบผู้เสียชีวิตแล้ว 22 ราย พิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 20 ราย ส่งทีม MCATT ในพื้นที่ประเมินเยียวยาจิตใจครอบครัวทันที พร้อมให้กรมอนามัยเฝ้าระวังผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

จากเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิด ที่ตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช และวัดโรงช้างสวนแตง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี และให้สัมภาษณ์ว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ซึ่งโรงงานดังกล่าวมีคนงานทั้งหมด 30 คน ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว 22 ราย เป็นหญิง 15 ราย ชาย 7 ราย ในจำนวนนี้พิสูจน์อัตลักษณ์ได้แล้ว 20 ราย ล่าสุดยังไม่พบผู้ที่บาดเจ็บส่งเข้ามารับการรักษา มีเพียงประชาชนในละแวกใกล้เคียงที่มีอาการหูอื้อจากเสียงระเบิด ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการระเบิดซ้ำได้

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการดูแลเยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้ส่งทีม MCATT จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช และโรงพยาบาลในเครือข่าย เข้าประเมินอาการและให้การดูแลเยียวยาจิตใจแล้ว พร้อมทั้งให้กรมสุขภาพจิตร่วมให้การสนับสนุน ส่วนเรื่องการพิสูจน์อัตลักษณ์เพื่อยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิต จะมีทีมนิติเวชของโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชเป็นหน่วยดำเนินการ สำหรับผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีของพลุที่ระเบิด เนื่องจากที่เกิดเหตุเป็นทุ่งนา อยู่ห่างจากชุมชนมากกว่า 1 กิโลเมตร ไม่มีแหล่งน้ำบริโภค จึงคาดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้กรมอนามัยติดตามเฝ้าระวังเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมด้วย เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง

ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข

Facebook Comments

Related post