Digiqole ad

ชป.เปิดเวทีนำเสนอผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำคลองขลุงฯ

 ชป.เปิดเวทีนำเสนอผลกระทบสิ่งแวดล้อม อ่างเก็บน้ำคลองขลุงฯ
พัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางแก้ภัยแล้ง-ลดอุทกภัย จ.กำแพงเพชร
กรมชลประทาน ดึงภาคประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเวทีระดมความคิดเห็นโครงการ
ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำคลองขลุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.กำแพงเพชร ขนาดความจุ
15.56 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำแก้ภัยแล้ง-ป้องกันอุทกภัยส่งน้ำช่วยประชาชนใน
พื้นที่รับประโยชน์33,109 ไร่ ครอบคลุม 12 หมู่บ้าน ใน อ.คลองลาน และ อ.ปางศิลาทอง มีน้ำอุปโภค-บริโภค
Advertisement
และทำการเกษตร ทุ่มงบเกือบ 94.49 ล้านบาท ผุด 24แผนงานดูแลผลกระทบตั้งแต่เริ่มก่อสร้างต่อเนื่องถึงปีที่ 10
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 นายสุรชาติมาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการกรมชลประทาน
และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมการประชุมปัจฉิมนิเทศ “โครงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำคลองขลุง
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร” เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ
สรุปผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญและมาตรการป้องกัน แก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ผู้ได้รับประโยชน์ ผู้นำชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน
สื่อมวลชนร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับความ
ต้องการของประชาชน
นายสุรชาติกล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองขลุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหนึ่งในโครงการตาม
แผนที่พระราชทาน เพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกให้กับราษฎรในเขตพื้นที่จัดสรรของสำนักงานการปฏิรูป
ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและพื้นที่ข้างเคียง โดยเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำประเภทอ่างเก็บน้ำขนาดกลางความจุเก็บกัก
ประมาณ 15.56 ล้านลูกบาศก์เมตรมีหัวงานเป็นเขื่อนดิน ปิดกั้นคลองขลุง ตั้งอยู่ที่บ้านแปลงสี่-แม่พืช หมู่ 8
ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร สามารถส่งน้ำช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ
33,109 ไร่ ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทาน 28,444 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ครอบคลุม 12 หมู่บ้านในพื้นที่
ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน และ ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง
“การก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองขลุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี
หากแล้วเสร็จจะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ประชาชนจะมีน้ำต้นทุนในการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง
ส่งผลให้มีรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ช่วยลดความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ นอกจากนี้จะมีแหล่ง
เพาะพันธุ์และขยายพันธุ์สัตว์น้ำจืด และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ สร้างงานสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นและ
จังหวัด ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น” นายสุรชาติกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการดังกล่าวได้กำหนดแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIMP) ที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการปีที่ 1 และต่อเนื่องจนถึงปีที่ 10 รวมทั้งหมด 24
แผนงบประมาณ 94.49 ล้านบาท โดยกรมชลประทานจัดสรรงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดำเนินการไว้แล้ว โดยผลกระทบหลักเนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างหัวงานและอาคารประกอบ อ่างเก็บน้ำ ถนนทดแทน
ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,864 ไร่ ทั้งหมดอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติคลองขลุง-ป่าคลองแม่วงศ์ และ
ป่าคลองสวนหมาก-ป่าคลองขลุง ในส่วนของป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม (โซน C) แต่ปัจจุบันราษฎรได้เข้าไปใช้ประโยชน์
เพื่อทำการเกษตรเกือบทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตามกรมชลประทานได้จัดให้มีแผนฟื้นฟูการปลูกป่า ทดแทน รวมทั้ง
การพัฒนาแหล่งอาหารสัตว์ป่า และบ่อน้ำ ดินโปร่งเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารสัตว์
ในส่วนของผลกระทบกับถนนทางเข้าชุมชนหมู่ 8 บ้านแปลงสี่-แม่พืช ที่เชื่อมกับทางหลวงแผ่นดิน
หมายเลข 1117 ถูกน้ำท่วมทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจรไป-มา ภายในชุมชนและพื้นที่เกษตร ปัจจุบันได้
ก่อสร้างถนนทดแทนถนนที่ถูกน้ำท่วม คิดเป็นพื้นที่ทั้งหมด 36 ไร่ หรือเป็นระยะทาง 2.13 กิโลเมตร
นอกจากนี้ มีการวางระบบการขนส่งวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างอาจเกิดฝุ่นละออง ขณะเดียวกันยังกระทบ
ต่อที่ดินทำกินและทรัพย์สินของราษฎรที่จะต้องถูกเวนคืนและจ่ายชดเชย จำนวน 159 ราย ที่ดินจำนวน 234
แปลง คิดเป็นพื้นที่ 1,687.83 ไร่ ได้มีมาตรการในการลดปัญหาฝุ่นละอองโดยการนำรถน้ำเพื่อฉีดพรมถนน เพื่อ
ป้องกันฝุ่นที่อาจเกิดขึ้นในชุมชน
ปัญหาน้ำในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงประมาณเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นช่วง
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่บริเวณภาคเหนือและภาคกลางมีฝนตกชุกและตกหนักก่อให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ ประกอบกับใน
ปัจจุบันมีการบุกรุกป่าต้นน้ำลำธาร สภาพแม่น้ำลำคลองตื้นเขิน อุทกภัยจึงเกิดขึ้นฉับพลันและมีความรุนแรงสร้าง
ผลกระทบให้กับพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำยมของ จ.พิจิตร ประกอบกับระดับและปริมาณน้ำในแม่น้ำยมสูงและมีมาก
จะยิ่งทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น เพราะน้ำ จ.กำแพงเพชร ไหลระบายลงแม่น้ำยมไม่ได้ จากสถานการณ์
ดังกล่าวกรมชลประทาน ได้จัดทำโครงการศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและบรรเทา
อุทกภัย จ.กำแพงเพชร เพื่อให้มีการจัดทำแผนรวม ก่อให้เกิดการศึกษาอย่างเป็นระบบลุ่มน้ำ สามารถหาแนวทาง
ในการบรรเทาแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้คัดเลือกโครงการอ่างเก็บน้ำคลองขลุง
เป็นโครงการที่มีความเหมาะสมในลำดับต้นๆ มาดำเนินการ” นายสุรชาติกล่าว
Advertisement
Facebook Comments

Related post