Digiqole ad

จะโทษใคร

 จะโทษใคร

แม้ว่าจะเป็นแค่เพียงการปรับ ครม. ทดแทนรัฐมนตรีที่พ้นตำแหน่งเพียงแค่ 3 เก้าอี้เท่านั้น

แต่ก็ยังคงสะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงความพยายามในการประวิงเวลา อันเป็นบุคลิกเฉพาะของผู้นำรัฐบาล

ทุกเรื่องกลายเป็นเรื่องที่ยื้อเวลาไปหมด แล้วทำไมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไม่มีความพยายามยื้อเวลาล่ะ

ไม่แปลกที่คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่อ้างว่าสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบายรัฐบาล แต่จะแก้ได้ไม่ได้อย่างไรสุดท้ายอยู่ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ หากมีปัญหาก็ไปต่อที่ฝ่ายตุลาการ

ยืนยันว่า รัฐบาลมุ่งมั่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จะแก้อย่างไร ก็ไปว่ากันมา อย่ามากล่าวอ้างว่ามีการไปเซ็นคำสั่งอะไรออกไป เพราะสั่งอะไรไม่ได้อยู่แล้ว มันอันตราย

คือการโยนภาระ ปัดไปให้คนอื่นหมดหรือไม่ ลองถามใจกันดูเอง

ที่แย่ก็คือทุกเรื่องที่ซื้อเวลา ยื้อเวลาออกไปแบบขออยู่ยาว ขออยู่นานนั้น ตามมาด้วยปัญหาต่างๆมากมาย

การปรับ ครม.ที่ชื่อของแต่ละพรรคนำส่งไปตั้งนานแล้ว แต่ยังมีการยื้อเอาไว้ จนกลายเป็นว่าแม้แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยังโดนประเด็นร้อนไปด้วย

เพราะพอมีการถามถึงรายชื่อรัฐมนตรีที่จะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ นักข่าวได้มีการถามถึงความรู้ความสามารถของคนในรายชื่อ ว่ามีความเหมาะสมที่จะนั่งกระทรวงไหน

ทำให้ พล.อ.ประวิตร ไม่เพียงแค่ตอบว่าชื่อที่ถูกเสนอนั้นเป็นคนมีการศึกษา จบวิศวะ จุฬาฯ

แต่มีการไปย้อนถามนักข่าวว่า “คุณจบอะไร จบราชภัฏ?”

เป็นการย้อนถามที่หนักหนาสาหัสกว่าการตอบว่า “ไม่รู้” มากมายนัก

แม้ต่อมาจะมีการแก้ต่าง หลังจากที่ได้รับคำติติงจากนักข่าวที่สนิทสนม แต่ปัญหาก็คือไม่ทันแล้ว เพราะได้พูดออกไปเรียบร้อยแล้ว เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากแล้ว

จะว่าไป พล.อ.ประวิตร ยังโชคดีที่มีนักข่าวเตือนในทันที่ที่พลาด ผิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เล่นไม่รู้จักกาละเทศะด้วยการฉีดสเปรย์ใส่นักข่าว ซึ่งมีแต่เสียงตำหนิ โดยไม่มีใครเตือนว่าไม่เหมาะสม

แต่ไม่ว่าอย่างไรนี่คือบทเรียนสำคัญของการเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตคับบ้านคับเมือง ที่ควรจะต้องระมัดระวังภาพลักษณ์ คำพูด การแสดงกริยาท่าทาง ว่าอะไรควรไม่ควร ให้เห็นว่ามีวุฒิภาวะเพียงพอ

ซึ่งอีกมุมหนึ่ง ในแง่ของการทำหน้าที่ของนักข่าวเองก็ต้องถามตัวเองด้วยเช่นกันว่า มีการทำหน้าที่ มีการแสดงออกอย่างไร จึงทำให้ในจิตใต้สำนึกของคนที่เป็นแหล่งข่าวคิดว่าจะทำอย่างไรก็ได้ จะดูถูกอย่างไรก็ได้

วันนี้นักข่าวเองก็ต้องถามตัวเองด้วยเช่นกัน

อัคคี กัมปนาท

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/NdpHl

Related post