Digiqole ad

“จอร์จ ฐปนัท” โล่งอกได้ลูกชายช่วยเยียวยา เหตุจากอินจนออกจากบทไม่ได้

 “จอร์จ ฐปนัท” โล่งอกได้ลูกชายช่วยเยียวยา เหตุจากอินจนออกจากบทไม่ได้

ยอมรับตรงๆ แบบไม่อายเลยสำหรับนักแสดงหนุ่มมากฝีมืออย่าง “จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์” หลังจากที่รับเล่นบทร้ายหลายเรื่องในเวลาเดียวกันพาทำเครียดแบบไม่หยุด ถึงขั้นไม่สามารถถอดบทบาทออกจากชีวิตจริงได้ แถมเอากลับไปเครียดกับคนที่บ้าน ทั้งๆ ที่เข้าวงการมาแล้วเกือบทศวรรษ แต่ยังไม่เคยมีครั้งไหนหนักเท่ารอบนี้เลยจริงๆ

Advertisement

หลังจากที่นักแสดงหนุ่ม “จอร์จ ฐปนัท” รับบทร้ายหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่าเล่นมาแล้วทุกบทบาท ทั้งดี ร้าย หรือแม้แต่คอมเมดี้ แต่ล่าสุดต้องมาเล่นร้าย 3 เรื่องในเวลาเดียวกัน ถ่ายพร้อมๆ กัน เลยทำให้สลัดคาแรคเตอร์ไม่ออกทำเอาคนที่บ้านตกใจกันทั้งบ้าน

เอาจริงๆ ตั้งแต่เข้าวงการมา ผมจะรับละครเป็นงานหลักอยู่แล้ว จนถึงทุกวันนี้เล่นมาแล้วเกือบ 30 เรื่อง ซึ่งไม่เคยมีครั้งไหนที่เครียดและเอาตัวละครที่เล่นติดกลับไปบ้านเลย เพิ่งมีล่าสุดที่บทที่ได้รับจะออกไปในทางร้าย หรือทำให้คนต้องคิดเยอะกับตัวละครตัวนี้ว่ามันจะดีหรือร้าย แล้วถ่ายทำทุกเรื่องในเวลาเดียวกันอีก แต่ละเรื่องก็จะร้ายคนละแบบแต่ร้ายทุกเรื่อง แล้วการถ่ายคือ 7 วันเต็ม ออกจากบ้านมาต้องออกมาอาละวาดโวยวาย คิ้วขมวด หน้าตึง อารมณ์รุนแรง ร้ายลึกใช้พลังจากข้างใน พอเจอแบบนี้ติดกันเป็นเดือนๆ ผมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันนะว่าไปเป็นแบบนี้กับที่บ้าน จนแฟนบอกว่าเฮ้ย!! เธอเป็นอะไรอะ ทำไมดูโวยวาย หงุดหงิดง่ายจัง ไม่เหมือนเธอเลย ไปๆ ไปเล่นกับลูก เลี้ยงลูกไหม ซึ่งเอาจริงๆ ได้ผลครับ พอได้ไปเลี้ยงลูก(น้องพีเจ) มันทำให้ทุกอย่างซอฟลงทันที จากหงุดหงิดซึ่งหงุดหงิดอะไรไม่รู้ กลายเป็นพูดเสียงสองอีกต่างหาก(หัวเราะ) จะเรียกว่าได้ลูกช่วยเยียวยาก็ไม่ผิดเลย โชคดีจริงๆ ที่มีลูกในช่วงเวลานี้ด้วย

“และก็เลือกไม่ผิดที่ผมกับแฟนเลือกที่จะเลี้ยงลูกเอง ไม่จ้างพี่เลี้ยงใดๆ กลับบ้านมาก็ได้เจอเค้า เล่นกับเค้า ทำทุกอย่างที่พ่อแม่ต้องทำ เอาเข้านอน อาบน้ำต่างๆ ซึ่งความอ่อนโยนของเด็กมันทำให้เราเบาลงจริงๆ และกลับมาเป็นตัวเองแบบที่เคยเป็น ซึ่งพัฒนาการตอนนี้ของลูกชาย(พีเจ) ก็คือ เดินเก่งมาก แต่ยังพูดได้ไม่มาก ด้วยว่าตอนนี้เพิ่งขวบกว่า เรียกชื่อตัวเองได้แล้วแต่ยังเรียกพยางค์เดียว เจ เจ เอ่ะอะก็ เจ เจ เรียกพ่อก็เรียก เจ (หัวเราะ) ต้องบอกว่าทุกวันนี้เค้าทำให้เรามีความสุขในชีวิตมาก ลุ้นทุกวันว่าเค้าจะพูดคำใหม่ๆ อะไรบ้าง รวมถึงพัฒนาการต่างๆ แต่ถ้าเรื่องเต้นนี่ยกให้เลย ไม่รู้ไปได้ใครมา ได้ยินเสียงเพลงไม่ได้ แค่เสียงโทรศัพท์ผมเข้าก็คือโยกเลย เต้นตามยับเลยครับ” นักแสดงหนุ่มกล่าว

ส่วนผลงานล่าสุดก็ติดตามกันได้ทุกวัน ศุกร์ – อาทิตย์ กับละครที่น่าจะเป็นอีกเรื่องที่เจ้าตัวทุ่มสุดๆ และเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ติดคาแรคเตอร์นี้กลับบ้านไปด้วย “ปางเสน่หา” ทางช่อง 7 เอชดี

Advertisement
Facebook Comments

Related post