Digiqole ad

คืนสู่สังคม! ศูนย์เรียนรู้ต่อเนื่องอย่างยืน : Relearning Space @Library เปิดสอนอาชีพที่ 2 แห่เรียนกว่าครึ่งล้าน “สร้างความรู้ สู่ทักษะ เสริมรายได้ ให้ความสุข”

 คืนสู่สังคม! ศูนย์เรียนรู้ต่อเนื่องอย่างยืน : Relearning Space @Library เปิดสอนอาชีพที่ 2 แห่เรียนกว่าครึ่งล้าน  “สร้างความรู้ สู่ทักษะ เสริมรายได้ ให้ความสุข”
Social sharing
Digiqole ad

ศูนย์เรียนรู้ต่อเนื่องอย่างยืน : Relearning Space @Library เปิดสอนอาชีพที่ 2 แห่เรียนกว่าครึ่งล้าน “สร้างความรู้ สู่ทักษะ เสริมรายได้ ให้ความสุข”

น.ส.สุจิตร สุวภาพ  ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ต่อเนื่องอย่างยั่งยืน สนับสนุนโดยมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ศูนย์เรียนรู้ฯ ได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์ เป็นปีที่ 2 เพื่อให้บรรณารักษ์ที่ให้บริการศูนย์เรียนรู้ฯ ณ ห้องสมุดประชาชนแต่ละจังหวัด ต่อยอดพันธกิจสำคัญคือ สร้างความรู้ สู่ทักษะ เสริมรายได้ ให้ความสุข ซึ่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 แล้ว  ล่าสุดในช่วงวันที่ 5-8 มกราคม2567 ที่ผ่านมา ได้นำบรรณารักษ์จาก 5 จังหวัดมาศึกษาเรียนรู้อาชีพที่สอง ณ  จ.เชียงราย ได้แก่ การอบรมปักผ้าด้วยมือจากปราชญ์ท้องถิ่นอย่างนางนิธี สุธรรมรักษ์ ประธานกลุ่มโอท็อปผ้าปักบ้านสันกอง ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย และการทำผ้ามัดย้อม”ชิโบริ”จากอาจารย์เอกรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ ปราชญ์สัมมาชีพต้นแบบ อ.ภูกามยาว จ.พะเยา

น.ส.สุจิตรกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 4 ปี ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯได้ขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ฯ โดยการพัฒนาหลักสูตรอาชีพที่สองตามความต้องการการของชุมชนมากว่า  300 หลักสูตร มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งหมดกว่า 5 แสนคน ในพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบด้วยปีแรกจังหวัดสุราษฎร์ธานี อุตรดิตถ์ ปีที่ 2-3 จังหวัดลำปาง อุบลราชธานี เพชรบูรณ์  ปีที่ 4 จังหวัดขอนแก่น และสมุทรสงคราม โดยในปี 2567 ศูนย์เรียนรู้ฯได้รับอนุมัติจากมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการขยายพื้นที่จัดทำศูนย์เรียนรู้ฯ เพิ่มอีก 2 จังหวัดคือ จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดยะลา ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการศูนย์เรียนรู้ฯ มากกว่า 8 แสนคนในปี 2567 นี้

นางสาวสุจิตร กล่าวอีกว่า นอกจากศูนย์เรียนรู้ฯ จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านแล้ว ยังจัดบริการเชิงรุกตามความต้องการของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาหลักสูตรอาชีพที่สองให้กับชุมชน เพื่อใช้ในครัวเรือนและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนได้เป็นอย่างดี  สามารถสร้างรายได้จากอาชีพที่สองเป็นอาชีพหลัก อย่างเช่นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ ตั้งแต่ปี 2563 ได้พัฒนาอาชีพและสามารถนำอาชีพที่เปิดการเรียนการสอนไปจดทะเบียนเป็นสินค้าโอท็อปของจ.สุราษฎร์ธานี ในปี 2566 ได้แก่ กระเป๋าลายไทย กระเป๋าผ้าพิมพ์ใบไม้  และชุดตัดเย็บจากผ้าพิมพ์ใบไม้  นอกจากนี้สินค้าดังกล่าวยังได้รับการคัดเลือกไปจัดแสดงสินค้าที่ประเทศเยอรมนีในงาน  IMEX Frankfurt 2022  ณ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 2 มิ.ย. ในปี 2566 ที่ผ่านมา

“เป็นปีที่สองแล้วที่ศูนย์เรียนรู้ฯ นำบรรณารักษ์ไปศึกษาเรียนรู้ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งปีนี้ได้จัดการอบรม เรื่องการปักผ้าด้วยมือและการมัดย้อมแบบญี่ปุ่นชิโบริ  ณ จังหวัดชียงราย-และพะเยา โดยนำบรรณารักษ์มาอบรมเพื่อเป็นแม่ไก่ หรือ Train the Trainer  เพื่อต่อยอดและขยายผลต่อไปถึงชุมชน ในการเปิดหลักสูตรให้แต่ละจังหวัดนำไปอบรมต่อ เพราะเชื่อมั่นว่าบรรณารักษ์ หรือแม่ไก่ จะสามารถขับเคลื่อนและขยายผลการอบรมไปสู่ชุมชนของแต่ละจังหวัด และ ผ่านห้องสมุดอำเภอต่อไป  ซึ่งการขยายลงไปสู่อำเภอนับป็นเป้าหมายของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ ในการกระจายหลักสูตรอาชีพท สองสู่ชุมชนอย่างแท้” น.ส.สุจิตรกล่าวเพิ่มว่าโครงการพัฒนาศักยภาพบรรณารักษ์ โดยให้ห้องสมุดประชาชนจังหวัด เปิดสอนอาชีพที่สอง จะส่งผลให้ห้องสมุดเกิดบรรยากาศการเรียนรู้อย่างยั่งยืน   ตามสโลแกนศูนย์เรียนรู้ฯ  “สร้างความรู้ สู่ทักษะ เสริมรายได้ ให้ความสุข”

 

 

Facebook Comments

Related post