Digiqole ad

คิดว่าสนุก..แล้วปิดปากปิดจมูก ก่อนฉีดสเปรย์ทำไม??

 คิดว่าสนุก..แล้วปิดปากปิดจมูก ก่อนฉีดสเปรย์ทำไม??

“มีสติเต็มขั้ว เพราะป้องกันตัว รู้ถึงอันตราย”

ใช้แมส-หน้ากากอนามัย ปิดปาก ปิดจมูก ก่อน “ฉีดสเปรย์” ใส่เหยี่ยวข่าวกลางทำเนียบฯ เป็นการใหญ่

Advertisement

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ รู้แน่ รู้แก่ใจเป็นอันดี ว่าละอองสเปรย์ที่ตัวเองฉีดนั้น สร้างความระคายเคืองตาผิวหนัง “ทั้งปากทั้งจมูก” จึงใช้แมสป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่

ถ้า “นายกฯประยุทธ์” อยากอยู่ในอำนาจ ตามยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี เชิญตามนัด หวังว่า “สังขาร” ไม่ชำรุด หลุดจากตำแหน่งไปก่อน..อย่างไรก็ดี ท่านเห็นสุขภาพตนเองเป็นสำคัญ แล้วสเปรย์ฉีดใส่นักข่าวทำลงไปได้

เอาตัวเองรอดเหนือทุกคน..นักข่าวเป็นอะไรไม่สน-หรืออย่างไร

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“อยู่ที่ไหน บ้านเมืองใคร ใครก็รัก”

สั่งห้ามเฉียบขาด ไม่ให้ “นักศึกษาปริญญาโท-ปริญญาเอก” ที่เข้ามาเรียนในประเทศไทย “ประท้วงเผด็จการพม่า” ใครดื้อแพ่งจะไม่ให้ “วีซ่าเรียนต่อ” ขัดขวางฝ่ายประชาธิปไตย-อย่างหนัก

สิทธิการเรียกร้อง ไม่ให้ “มิน อ่อง หล่าย” เผด็จการใจทมิฬหินชาติ ใช้กำเนิดต่ำ ฆ่าคนชาติเดียวกันเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือแม่เฒ่าชรา ก็ลงมือเหี้ยมโหด ผิดมนุษย์

“ชาวพม่า” ผู้รักความเป็นธรรม เขายืนอยู่ ณ จุดใดของโลก ต่างออกมาประท้วง เพื่อให้ชาติประชาธิปไตย เข้าไปช่วยพ่อแม่พี่น้องของเขา ย่อมเป็นสิทธิ์ที่จะทำได้เหมือนทุกประเทศ ที่ “ชาวพม่า” เขาแสดงออก

“ไทย” ต้องเป็นกลาง..อย่าลากประเทศไปพัง อย่าหนุน “มิน อ่อง หล่าย” เป็นหัวหอก

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ด่าประยุทธ์ ขุดขึ้นมาประจาน ทำท่าจะทำไม่ได้”

แต่ครั้งเมื่อ “กปปส.” ลากสลิ่ม ออกมาชัทดาวน์กรุงเทพฯ “ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์” จิกหัวด่าทั้ง “อีปูว์” และเป็น “กระหรี่” เมื่อยุคนู้น “เจ้าหน้าที่” หุบปากเงียบ-เป็นใบ้

เยาวชนเขาด่า เขาเปิดโปง ยกที่เป็นแสนๆ ไร่ ให้กับ “เหมืองทองอัครา” เพื่อไม่ให้ดำเนินคดี ที่ใช้ “ม. ๔๔” ปิดเหมืองทองเขา..ตลอดเวลาอ้างว่าเข้ามาเพื่อเสียสละ แต่เพิ่มอาหารกลางวัน ให้ “เด็กนักเรียน”จาก ๒๐ บาทเป็น ๒๑ บาทน้อยจัง

เขาไล่เขาด่า “นายกฯประยุทธ์”ให้ออกไป เป็นกระแสที่บอกกับคนไทยทั้งแผ่นดินให้ได้รู้รับ หากเขาตะโกนกู่ก้องว่า “ออกไปได้แล้วไอ้ต้าว คนไล่เขาพูดอย่างนี้” จะรู้บ้างไหม ว่าหมายถึงใครกัน

ตอน “นายกฯอีปูว์”ถูกด่าถูกเขก..ไม่เห็นยื่นหน้าออกมาเบรก-กันสักวัน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ถือกฎหมายคนล่ะเล่ม ถือเข็มทิศกันคนละเครื่อง”

หนทาง จึงไม่บรรจบออกมาทางเดียวกัน จึงออกกันไป-คนละเรื่อง

“ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  “กางรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙” ย้ำหากศาลไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว คดี “ม.๑๑๒” ที่ยังไม่สืบคดีแม้แต่ปากเดียว ต้องกักขัง “ผู้ต้องหา” ที่อื่น ..ซึ่งไม่ใช่เรือนจำ

แต่ปัจจุบัน เขาก็ไปนอนคุก กินข้าวแดง ร่วมกับ “นักโทษ” ที่ตัดสินแล้ว..ไม่รู้ว่า ข้อกฎหมาย ของ “อาจารย์ปริญญา” ที่เป็นเซียนกฎหมายระดับมือของประเทศ จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ที่อ้างหรือไม่

อ้าง “รธน.” ละเอียดทุกมาตรา..อย่าได้แม่นอยู่ในตำรา ทำให้ผิดหวังเหมือน-ทุกราย

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เหมือนเป็นกระสอบทราย ที่ใครๆ เตะจนช้ำ”

ประธานฯชวน หลีกภัย” และ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯ-รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะตกเป็นเบี้ยล่างเช่นนี้ -ไม่ควรทำ“

รู้ทั้งรู้ก่อนหน้านี้ “พรรคพลังประชารัฐ” และ “พรรคภูมิใจไทย” เขาเป็นพรรค ๒ แพ็คคู่ เสมือนหนึ่งเป็นคู่หูการเมือง ตั้งแต่เลือกตั้งใหญ่

ที่ “ประชาธิปัตย์” เสียฐานเสียง  กทม. และ ภาคใต้ อย่างราบคาบ ถ้า “พลังประชารัฐ” และ “ภูมิใจไทย”ไม่ยักคิ้วหลิ่วตาให้กัน “ประชาธิปัตย์” จะพ่ายหมดรูปหรือ..มาวันนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ส่งเสียงขอโยกเก้าอี้รัฐมนตรี

เสียรู้เขาน่าช้ำชอก..นี่ยังคิดกินน้ำใต้ศอก ยังไม่คิดลาออก-อีกหรือพี่

“กะพรุนไฟ”

๑๐ มีนาคม ๒๕๖๔

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/yVwtY

Related post