Digiqole ad

ความผูกพันของ ‘สี จิ้นผิง’ ต่อวัฒนธรรม : หากไม่มีการปกป้องของเขา ‘สามตรอกเจ็ดซอย’ คงหายไปนานแล้ว

 ความผูกพันของ ‘สี จิ้นผิง’ ต่อวัฒนธรรม : หากไม่มีการปกป้องของเขา ‘สามตรอกเจ็ดซอย’ คงหายไปนานแล้ว

บ่ายวันที่ 24 มีนาคม 2021 นายสี จิ้นผิง 

Advertisement
เลขาธิการใหญ่ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดีจีน ไปตรวจงานที่เมืองฝูโจว พร้อมเยือน “สามตรอกเจ็ดซอย” ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่แหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองนี้ ทำให้ทั่วเมืองต่างตื่นเต้นประทับใจ

“การปกป้องย่านเก่าดั้งเดิม อาคารโบราณ และโบราณวัตถุ คือ การรักษาประวัติศาสตร์และสืบทอดวัฒนธรรมของเรา ควรต้องอนุรักษ์อาคารโบราณ บ้านเก่า และย่านเก่าแก่ด้วยความรักและเคารพ”

คำกล่าวจากใจจริงทำให้ทุกคนประทับใจ

ระหว่างสี จิ้นผิงกับย่านบ้านโบราณแห่งนี้มีความผูกพันกว่า 30 ปี แล้ว

“สามตรอกเจ็ดซอย” ในเมืองฝูโจว หรือ ที่เรียกว่า “ฟอสซิลมีชีวิตของระบบการจัดบ้าน” ได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์นับพันปี ในช่วงทศวรรษ 1980 ภายใต้ผลกระทบจากการขยายเมืองที่เฟื่องฟู ย่านนี้เคยตกอยู่ในอันตรายว่าจะสูญหาย

ที่มุมด้านเหนือของตรอก บ้านเก่าของหลิน จ๋วยหมิน ผู้มีชื่อเสียงในท้องถิ่น ตั้งอยู่ในตลาดอันคึกคัก บนป้ายหินหน้าประตูมีการทาสีที่เขียนคำว่า “รื้อถอน”

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ การประชุมสำหรับช่วยให้บ้านเก่ารอดชีวิตได้จัดขึ้นในบ้านเก่าแก่หลังนี้ นายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาลเมืองฝูโจว ได้ตัดสินใจพร้อมกล่าวว่า “เราต้องปกป้อง ฟื้นฟู และใช้มรดกทางวัฒนธรรมในเมืองที่อยู่ในมือของเราให้เป็นประโยชน์ ไม่เพียงแต่ห้ามทำลาย หากยังต้องเพิ่มเสน่ห์ใหม่ให้กับมันด้วย เพื่อสืบทอดแก่คนรุ่นหลัง”

จากการรื้อถึงการซ่อมแซม แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์กว้างไกลของผู้บริหารเมือง

“ใช้เวลาเพียง 100 วันในการซ่อมแซมแล้วทำให้บ้านเก่าได้รอดแล้ว หลังจัดประชุมไม่นาน บ้านเก่าต่าง ๆ ในย่านนี้ ก็ได้รับการซ่อมแซมและปรับปรุงเช่นกัน” นายหลี่ เฮ่าเวิย ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเมืองฝูโจว ยังจดจำได้และกล่าวว่า “หากไม่มีปธน.สี ช่วยกู้และสนับสนุน ย่านสามตรอกเจ็ดซอยคงหายไปนานแล้ว!”

มีการส่งเสริมให้กำหนดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองมรดกวัฒนธรรม จัดตั้งกรมโบราณวัตถุและทีมโบราณคดี รวมทั้งการตั้งโครงการสร้างอาคารและบ้านใหม่ต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานดังกล่าว ในระหว่างที่เขาทำงานในเมืองฝูโจว นายสี จิ้นผิงได้วางรากฐานสำหรับกลไกระยะยาวในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น

“จากการรักษาโบราณวัตถุและโบราณสถาน ส่งเสริมให้ทั่วทั้งสังคมเพิ่มจิตสำนึกในการอนุรักษ์โบราณวัตถุนั้น และถือการสร้างสรรค์วัฒนธรรมความสำคัญเท่าเทียมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ นี่คือภูมิปัญญาและมรดกที่นายสี จิ้นผิงมอบไว้แก่เรา” นางเจิ้ง กั๋วเจิน อดีตผู้อำนวยการกรมโบราณวัตถุประจำมณฑลฝูเจี้ยน กล่าวเช่นนี้

เวลาผ่านไปกว่า 30 ปี จากการ “อยู่รอด” เป็นความ “มีชีวิตชีวา” ย่านสามตรอกเจ็ดซอยกลับมีชีวิตใหม่แล้ว

หลังจากเราเดินเข้าย่านนี้จะเห็นบ้านเก่าที่มีกำแพงสีขาวกับกระเบื้องหลังคาสีเขียว ร่วมกับภาพวาดบนไม้อ่อน ร่มกระดาษกันฝน หินเซ่าซาน ประกอบกับวิวสวยงาม ระหว่างตรอกซอยเก่าแก่มีพิพิธภัณฑ์ เวทีแสดงงิ้วเก่า ตลอดจนสิ่งก่อสร้างสมัยราชวงศ์หมิงและชิง ร่วมเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์แบบ “ย่านบ้านเก่า + มรดกที่จับต้องไม่ได้” ระหว่างการปกป้องและการคุ้มครอง ทำให้ย่านนี้แสดงพลังชีวิตใหม่ต่อไปได้

“เห็นเงาของดอกเหมยบนหน้าต่างลาง ๆ” เฉิน หย่งเจี้ยน อายุมากกว่าเจ็ดสิบปีแล้ว เขาเป็นอาสาสมัครบรรยายนำเที่ยวย่านนี้จากเมืองฝูโจว เขานิยมเลือกบรรยายที่บ้านพักเดิมของหลิน จ๋วยหมินเป็นจุดแรก และอ่าน “จดหมายถึงภรรยา” ที่เขียนโดยหลิน จ๋วยหมิน ซึ่งเป็นวีรชนที่เสียสละบ้านไปกู้ชาติ

เขากล่าวว่า “ภาพฉากบนผนังสามารถทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกร่วมและหลายคนน้ำตาไหล” เฉิน หย่งเจี้ยน กล่าวว่า “การปรับปรุงบ้านเก่าของหลิน จ๋วยหมินโดยรวมเป็นการส่งต่อจิตใจปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมในย่านสามตรอกเจ็ดซอย”

ซ่อมแซม ปกป้อง สามารถสืบสานมรดก และสิ่งปลูกสร้างโบราณ ส่วนประเพณีวัฒนธรรมจะหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของประชาชาติจีน

20 ปีที่แล้ว เมื่อนายสี จิ้นผิงได้รับเชิญให้เขียนคำนำในหนังสือ “บ้านโบราณฝูโจว” เขาเขียนว่า “การปกป้องอาคารโบราณและโบราณวัตถุ คือ การอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ สืบทอดวัฒนธรรมของเมือง และรักษาประเพณีอันดีงามของเมืองที่ขึ้นชื่อในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม”

แม้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ความผูกพันความรักยังคงอยู่ต่อ

นายสี จิ้นผิง เคยเยือนย่านบ้านเก่าหย่งชิ่ง พร้อมกล่าวว่า “การวางแผนและก่อสร้างเมืองต้องให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ห้ามเอาแต่ประโยชน์ในปัจจุบัน ไม่ควรเกิดการรื้อทั้งหมดและสร้างใหม่ในขนาดเดียวกัน”

เมื่อเดินไปยังหูถง หรือ ตรอกเก่าในกรุงปักกิ่ง เขาเล่าว่า “ต้องดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมโบราณสถานพร้อม ๆ กับการรักษาวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์”

เมื่อนายสี จิ้นผิงไปเยือนเมืองโบราณผิงเหยา ในมณฑลซานซี เขากล่าวว่า “ต้องเคารพประวัติศาสตร์ เคารพวัฒนธรรมและระบบนิเวศ”

สี จิ้นผิง เต็มไปด้วยความรักอย่างลึกซึ้งต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องถนนโบราณและเมืองโบราณ ซึ่งล้วนเป็นการปกป้องรากเหง้าของวัฒนธรรมจีน

“จงเป็นผู้สืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ยอดเยี่ยม” “วัฒนธรรมดั้งเดิมและดีงามของจีนที่ประชาชนจีนได้สร้างสรรค์และสืบทอดในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมานี้ เป็นรากเหง้าและจิตวิญญาณของชาติจีน” “วัฒนธรรมดั้งเดิมอันยอดเยี่ยมของจีนที่กว้างขวางและลึกซึ้ง เป็นพื้นฐานของจีนในการอยู่ร่วมกับกระแสวัฒนธรรมต่าง ๆ ของโลก ”

จากการปกป้องซอยหนึ่งถึงการปกป้องเมืองหนึ่ง ตลอดจนการบริหารปกครองประเทศ ในใจของนายสี จิ้นผิง ห่วงใยทั้งวัฒนธรรมและภารกิจบ้านเมือง

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)

Advertisement
Facebook Comments

Related post