Digiqole ad

ควันหลงสงกรานต์ ปลวกแตกรัง

 ควันหลงสงกรานต์  ปลวกแตกรัง

เทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานี้รัฐบาลส่งเสริมหยุดยาว 6 วัน แต่ก็มีหลายคนถือโอกาสหยุดยาว 9 วัน  ด้วยวางแผนจะเดินทางกลับบ้านเยี่ยมญาติพี่น้องผองเพื่อน  อีกส่วนก็กางแผนที่ “ไทยเที่ยวไทย” ตามแรงหนุนของรัฐบาลที่อยากกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศที่ซบเซามานาน

Advertisement

ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดหมายว่าช่วงสงกรานต์ 2564 จะมีคนเที่ยวในประเทศ 3.20 ล้านคน-ครั้ง  จะสร้างรายได้สูงถึง 12,000 ล้านบาท ภายใต้แคมเปญนิว นอร์มอลวิถีไทย “สงกรานต์ ริน รด พรม ใส่หน้ากาก ไม่สาดน้ำ Amazing ยิ่งกว่าเดิม” โดยดูจากอัตราการจับจองห้องพักตามเมืองท่องเที่ยวสำคัญต่างๆค่อยข้างสูง

ยิ่งได้โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่รัฐบาลจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการใช้จ่ายผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ  ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมโดยรัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน แต่ต้องไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน ก็ยิ่งชักชวนให้ผู้คนรีบจับจองห้องพักตามโรงแรมต่างๆแม้จะยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพราะรัฐบาลบอกว่าควบคุมได้รับมือไหว

วันนี้ประเทศไทยผ่านพ้นอภิมหาสงกรานต์แล้ว  ประชาชนชาวไทยคงสรุปภาพได้ว่า “ปีใหม่ไทย”ปีนี้เป็นนิว นอร์มอลหรือไม่  คงได้รับรู้รับทราบยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการเดินทางในช่วงเทศกาลแล้วว่ามากน้อยขนาดไหน  ยิ่งไปกว่านั้นยังมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสียชีวิตจากไวรัสร้ายที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วจากการสัญจรไปมาอย่างพลุกพล่านตามความประสงค์ของรัฐบาล

ปกติหลังจากได้ไปเยี่ยมญาติพี่น้องฉลองกับผองเพื่อน  หรือได้พักผ่อนท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวๆแล้วก็จะกลับมาใช้ชีวิตทำงานทำการกันอีกครั้ง  แต่หลังสงกรานต์ปีนี้ประเทศไทยคงได้เข้าสู่สถานการณ์โควิด-19 ระลอก 3 ตามไล่ล่าตรวจเชื้ออย่างเต็มตัวเพราะ “ปลวกแตกรัง”แล้วตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้เคยกล่าวไว้

ก่อนสงกรานต์ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข   กล่าวว่า การระบาดครั้งแรกสุดในช่วงต้นของปี 2563  ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อจำนวนน้อย  ต่อมาการระบาดในจังหวัดสมุทรสาครช่วงปลายปี 2563 เกิดขึ้นในรูปแบบ “รังปลวก” สามารถเข้าไปควบคุมได้

แต่สถานการณ์แพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคมถึงเมษายนเป็นการระบาดแบบปลวกกระจาย ซึ่งถือว่าควบคุมยากที่สุดเพราะว่าจับไม่อยู่

ในรายจังหวัดสามารถควบคุมได้อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน  แต่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะใช้ระยะเวลาควบคุมนานกว่า  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการที่ใช้ว่าจะใช้ไม้แข็งในการควบคุมหรือไม่นพ.เกียรติภูมิกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงอาการลังเลที่จะใช้ไม้แข็งในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เห็นอยู่ตรงหน้า  ไม่กล้าสั่งงดการเดินทางช่วงสงกรานต์แม้เสียงจากฝ่ายสาธารณสุขจะเตือนว่าการติดเชื้ออาจเพิ่มเป็น 100 เท่า โดยกล่าวว่า “อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด

อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทนแรงกดดันจากกรณี “ผับทองหล่อ” และสถานที่อโคจรหลายแห่งที่กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 ไม่ไหว  เพราะมีการพาดพิงไปถึงนักการเมืองดังร่วมรัฐบาล  จึงประกาศสั่งปิดสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และสถานประกอบการกิจการ อาบอบนวด ใน 41 จังหวัดหรือกว่าครึ่งประเทศ รวมถึง กทม.และปริมณฑล เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน

แม้จะตัดสินใจช้าแม้จะไม่เด็ดขาด แต่ยังดีกว่าปล่อยตามบุญตามกรรม “อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด” การสั่งปิดสถานบันเทิงตามหัวเมืองใหญ่ดังกล่าวอาจจะช่วยลดการชุมนุมมั่วสุมดื่มกิน ใกล้ชิดนัวเนีย เคลียคลอ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการแพร่เชื้อลงได้บ้าง  แต่อีกครึ่งประเทศที่ยังเปิดบริการก็ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยหรือปลอดเชื้อ

ข้อมูลจากฝ่ายสาธารณสุขคือยังไงหลังสงกรานต์ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งแน่  และปล่อยให้เข้าไปรักษาตามโรงพยาบาลทั่วไปจะยิ่งปั่นป่วน  พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจึงต้องสั่งการให้กองทัพจัดเตรียม “โรงพยาบาลสนาม” ในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑลเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่จะเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง     โดยกระทรวงกลาโหมแจ้งว่าได้จัดเตรียมพื้นที่หน่วยทหารจำนวน 10 แห่ง พร้อมบุคลากรแพทย์ทหาร สนับสนุนจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม จำนวนกว่า 3,000 เตียง ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล  ทั้งนี้ ทุกเหล่าทัพอยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาหน่วยทหารให้เป็นพื้นที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ที่อาจรุนแรงและขยายตัวเป็นวงกว้างขึ้นต่อไป

ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เตือนไว้ว่าให้เตรียมรับมือไวรัสกลายพันธุ์ B117 จากอังกฤษ  ที่ติดง่ายขึ้นกว่าเดิม  จำนวนคนติดเชื้อจะสูงขึ้น อัตราป่วยเสียชีวิตมากขึ้น  รอบนี้อาจจะหนักว่าเดิม

ภารกิจหลังสงกรานต์ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ต้องมาวิ่งไล่ล่าหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 กับการแพร่ระบาดระลอกที่ 3  ซึ่งยังไม่รู้จะควบคุมสถานการณ์ได้เมื่อไร  และอยากจะฝากให้มองยาวถึงโอกาสจะเกิดระลอกที่ 4 อย่างที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ 2 ชาติในเอเชียที่อยู่ไม่ห่างไกลกำลังเผชิญอยู่

ประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชาติที่มีวินัยสูงระดับโลก  ตอนนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมประมาณ 4.8 แสนราย เสียชีวิตสะสมกว่า 9 พันราย   กำลังเผชิญการระบาดของโควิด-19 เป็นระลอกที่ 4 ที่มาอย่างรวดเร็วหลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมแค่ไม่กี่สัปดาห์  ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการป้องการการระบาด  จำเป็นต้องใช้มาตรการอื่นๆร่วมด้วย

ส่วนที่เกาหลีใต้ซึ่งก็ได้ชื่อว่าประชาชนมีระเบียบวินัยไม่น้อย  ยอดผู้ติดเชื้อสะสมวันนี้เกิน 1 แสนราย เสียชีวิตมากกว่า 1,700 คน  แม้จะมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชนไปแล้วกว่า 1 ล้านโดส แต่เกาหลีใต้ก็ยังพบการแพร่ระบาดในระลอกที่ 4  ซึ่งเกรงว่าจะกระทบเศรษฐกิจหนัก

ตัวอย่างของ 2 ประเทศที่สังคมมีระเบียบวินัยสูงยังต้องเผชิญการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกที่ 4 แล้วนับประสาอะไรกับไทยแลนด์แดนสบาย  คนในชาติ(จำนวนไม่น้อย)ไม่เคารพกฎกติกาสังคม  เอาความสุขสบายส่วนตัวเหนือความทุกข์ยากของส่วนรวม   การตัดสินใจเชิงนโยบายและมาตรการที่รัฐบาลออกมาช้ากว่าสถานการณ์ยัง “วิ่งไล่เงา” ตามพ่นยา ล้างพื้น ตรวจไข้ไปวันๆ ก็คงเข้าสู่ระลอก 4 ระลอก 5 ในไม่ใช้

รอบนี้สถานบันเทิง 41 จังหวัดกลายเป็นแพะรับบาปของรัฐบาลที่ไร้ฝีมือ  บริหารงานล้มเหลวแล้วโยนอุจจาระให้ผู้ประกอบการและประชาชน  แต่รอบหน้ารับรองว่าจะเป็น “หายนะของรัฐบาล” แน่นอน

ปลายซอย 17 / ขุนพล กอเตย

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/gNJvY

Related post