Digiqole ad

“ขายแผ่นดิน”..สิ้นท่าก็ควรออกไป??

 “ขายแผ่นดิน”..สิ้นท่าก็ควรออกไป??

“ความเชื่อของผู้คน มีอำนาจมากกว่ากองทัพ”

“ขายชาติ-ขายแผ่นดิน” อำนาจใดเอามาค้ำ ยันไม่ให้ทรุด ไม่ให้ล้ม คงจะอยู่ยาก-ขอรับ

ถ้าต้องขาย “สมบัติของชาติกิน” เพื่อประทังระยะเวลา แห่งความล้มเหลว ที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ ในการบริหารมาเลย..มันเป็นอันตราย ในระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว เราต้อง “เสียที่ดิน” ให้กับ “ต่างชาติ”เข้ามาครอบครอง

Advertisement

“วีรสตรีไทย” รักษาแผ่นดินเอาไว้ให้กับลูกหลานไทย ด้วยวีรกรรมอันกล้าหาญ รุกรบเพื่อต้านต่างด้าว ท้าวต่างแดนที่มาชิงแผ่นดิน ทั้ง “ท้าวสุรนารี” และ “ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร” รักพื้นแผ่นดินไทยสู้ไม่กลัวด่าวดิ้น

รักษาด้วยหยาดเหงื่อหยดเลือด..รบสู้ดุเดือด ไม่ใช่ให้มาเชือดเฉือน-ขายแผ่นดินกิน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“นักการเมืองและผู้มีอำนาจมักสร้างภาพลวงตา”

หากยึดหลักการ “พอเพียง” เป็นกรอบพึ่งพาตัวเอง จนเกิดความยั่งยืน เพื่อดำเนินนโยบาย “สายกลาง” ประเทศไทยคง-ไม่ไร้น้ำยา

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ ถูกอบรมบ่มนิสัย จนเข้าไปในสายเลือด ต้องซาบซึ้ง “หลักพอเพียง” เหนือกว่าใคร..นับแต่ปฏิวัติเข้ามาเป็น “หัวหน้า คสช.” คุมประเทศ   “ความพอเพียง” ต้องยึดเป็นหลักนำประเทศ

ไม่ใช่ “กู้และกู้” จนเป็นโลโก้ประจำตัวไปเสียแล้ว..ไม่มี “รัฐบาลไหน”กู้ชนเพดานถึง ๖๐%  กู้กันจนทะลุฟ้า ต้องขยายเพดานเงินกู้ “หนี้สาธารณะ” เป็น ๗๐% บริหารชาติมีแต่ “ถังแตก” กู้กันแหลกท่าเดียว

อ้างมาฟื้นฐานะของชาติ..ซึ่งล้วนเป็น “ความผิดพลาด” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ก่อไว้-จนแห้งเหี่ยว

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“นักการเมืองชิงอำนาจประชาชนเป็นผู้รับทุกข์”

เมื่อขยายเพดาน “กู้ตะบันลาก”..ซึ่ง “ฝ่ายค้าน” เขาบอกทิศทางลมล่วงหน้า..เพื่อเอามาแจก “เอามาซื้อเสียง” -กันอย่างสนุก

นโยบายแจกแหลกราญ ให้ “คนไทย” เป็น “ขอทาน” นั้น ไม่ได้ผล..ที่อ้วนอิ่มหมีพีพัน ก็ “เจ้าสัว ๑๐ ตระกูล” ที่ได้ประโยชน์กันเต็ม ๆ ..รวยขึ้นทันที คนละเป็นแสน ๆ ล้านบาท

หนี้ที่กู้มา ผลพวงผลผลิต เริ่มกลายเป็น “ต้นไม้พิษ” ใส่หัวประชาชนกันทั่วหน้า ด้วยการขึ้น “ภาษีมูลค่าเพิ่มอีก ๒%” หลังที่แบกภาษีจนแอ่น ก็ต้องงองุ้มลงมาอีก หลายเท่า

“พล.อ.ประยุทธ์” กู้มา..พี่น้องชาวประชา เป็นผู้จ่ายหนี้-แทนเขา

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“มิตรหรือศัตรูเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน”

“๓ ป.” แตกขั้วแยกสภาพ ยากที่จะ-กลับคืน

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ กับ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทย กลายเป็น “แฝดสยามคู่ใหม่” ไปไหนไปกัน.. “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ แยกวงเดินสายกันไปคนละทิศ

ต่าง “เก็บเกี่ยว” คิดหว่านหาคะแนนจากประชาชนแต่ละจังหวัดเป็นการใหญ่.. ทุกข์ของประชาชน ทั้ง “เศรษฐกิจ” และ “โควิด” ต่างเฝ้าถ้ำ ไม่ออกมาทำอะไร..มาตอนนี้แย่งชิง “ประชาชน” พาให้มาสนับสนุน

แตกกันเห็นรอยร้าว..จึงวิ่งเข้า มาเอาใจประชาชนกันใหญ่-เลยนะคุณ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ส่งกันพันลี้ก็ต้องแยกจากกัน”

ยามนี้เป็นเหมือน “น้ำ” กับ “น้ำมัน” ที่เข้ากันไม่ได้ มีแต่-ตัดสัมพันธ์

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” กับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”  ถึงจะ “แตกก๊ก” ยกขบวนอยู่กันคนละมุม..แต่ที่ยังเป็นมิตรแท้ของ “ทหารแก่” อยู่เหมือนเดิน

“อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ยังเป็นหนึ่งมิตรชิดใกล้กับ “พล.อ.ประวิตร-พล.อ.ประยุทธ์”  รัฐบาลหน้าต้องอาศัย “สว.ลากตั้ง ๒๕๐คน” ตั้งรัฐบาล

เกาะ “ทหารแก่” ยังแจ..ทั้งที่อำนาจแท้ๆ ประชาชนไม่เอาพวกนี้-ทั้งนั้น

“กะพรุนไฟ”

๒๑ กันยายน ๒๕๖๔

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/FuLRA

Related post