Digiqole ad

‘ก้าวไกล’ ขนทัพใหญ่ร่วมงานบางกอกไพรด์ 2023 ‘พิธา’ ชู Pride Always พร้อมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมให้ผ่านสภาภายใน 100 วัน หลังได้รัฐบาลใหม่ 

 ‘ก้าวไกล’ ขนทัพใหญ่ร่วมงานบางกอกไพรด์ 2023 ‘พิธา’ ชู Pride Always พร้อมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมให้ผ่านสภาภายใน 100 วัน หลังได้รัฐบาลใหม่ 
Social sharing
Digiqole ad
วันที่ 4 มิถุนายน 2566 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า และว่าที่ ส.ส. พรรคก้าวไกล เช่น ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, พริษฐ์ วัชรสินธุ, รักชนก ศรีนอก, ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เข้าร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์บางกอกไพรด์ 2023 โดยขบวนของพรรคก้าวไกลประกอบด้วยธงสีรุ้งขนาดใหญ่ แผ่นป้ายนโยบายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ อาทิ สมรสเท่าเทียม, sex worker ถูกกฎหมาย, รับรองทุกเพศสภาพ, คำนำหน้านามตามสมัครใจ พร้อมทั้งมีบอร์ดให้ประชาชนร่วมโหวตนโยบายที่อยากเห็น โดยได้ดัดแปลงรถขายปลาหมึกและแผงลอตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ประชาสัมพันธ์นโยบายด้วย
ก่อนเริ่มงาน พิธาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนดีใจที่มีงาน Bangkok Pride เพราะเป็นการส่งสัญญาณให้ทั่วทั้งโลกเห็นว่า ความรักทุกรูปแบบในสังคมไทยเป็นไปได้ และเป็นการส่งสัญญาณว่าความรักจะชนะในหลายๆ เรื่องในสิ่งที่โลกไม่เคยคาดคิดถึงมาก่อน การเฉลิมฉลองในวันนี้ไม่ใช่เป็นแค่ขบวนพาเหรดหรือการแสดงสัญลักษณ์เท่านั้น แต่เมื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ ตนก็พร้อมจะเข้าไปสนับสนุนสมรสเท่าเทียม การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ และสวัสดิการเพื่อความเสมอภาคทางเพศ เพื่อให้การเฉลิมฉลอง ไม่ใช่แค่ Pride Month แต่คือ Pride Always จริงๆ เมื่อถึงตอนนั้นคนทั่วทั้งโลกก็จะมองประเทศไทยว่าเป็นพื้นที่เปิดเผยได้ ปลอดภัย และเป็นอิสระในการให้คนแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
“หวังว่า World Pride ปี 2027-2028 ที่เคยจัดขึ้นที่ซิดนีย์ หรือวอชิงตัน ดี.ซี. จะเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองเอเชียเมืองแรก ผลพวงทางเศรษฐกิจ เงินสะพัด 2-3 หมื่นล้านที่ซิดนีย์ภายใน 17 วัน เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ก็จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในที่สุด” พิธากล่าว
พิธากล่าวถึงกฎหมายทั้งสมรสเท่าเทียมและ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ว่ายังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภา สามารถผลักดันต่อได้ทันที แม้แต่วิปรัฐบาลในขณะนั้นยังมีมติให้ผ่านทั้ง 2 กฎหมาย การผ่านทั้ง 2 กฎหมายไม่ใช่เรื่องการเลือกปฏิบัติทางเพศ แต่เป็นการให้สิทธิประชาชนว่าอยากใช้ชีวิตรักแบบไหน อยากมีความสัมพันธ์กันระดับที่เป็นคู่ชีวิตหรือคู่สมรส ถ้ากฎหมายผ่านทั้ง 2 ฉบับก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการสร้างสังคมใหม่ร่วมกัน พร้อมมั่นใจว่ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะผ่านได้ภายใน 100 วันแรกของการเป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน
จากนั้น พิธาได้เดินขบวนพร้อมกับแพรทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยขบวนเริ่มต้นบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เดินจากแยกปทุมวันไปบนถนนพระราม 1 จนถึงแยกราชประสงค์บริเวณลานเซ็นทรัลเวิลด์
หลังจบขบวน พิธาขึ้นกล่าวกับประชาชนว่า ถึงพี่น้องประชาชนทั้งหลาย การที่พวกเรามารวมตัวกันที่นี่คือการส่งสัญญาณว่าประเทศของเราขับเคลื่อนด้วยความรัก ไม่ใช่ความกลัว เรากำลังส่งสัญญาณไปทั่วโลกว่าความหลากหลายคือจุดแข็งไม่ใช่จุดอ่อน เรากำลังส่งสัญญาณไปว่าความรักคือความรัก และความรักต้องชนะ
“เมื่อผมและคุณอุ๊งอิ๊ง พรรคเพื่อไทย และอีก 6 พรรคการเมืองที่เหลือจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อไร สมรสเท่าเทียมผ่านแน่นอน รวมถึงการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ สวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเพศอะไร เชื้อชาติอะไร หรือศาสนาอะไร ประเทศของเรายินดีต้อนรับทุกคน อย่างปลอดภัย อย่างมีอิสระ พวกคุณทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้แน่นอน
พอกันทีกับการที่คนที่รักในอาชีพของตัวเอง แต่ไม่สามารถทำงานได้ คนที่รักความเป็นครูแต่ไม่สามารถเป็นครูได้เพียงเพราะเพศสภาพกับเพศกำเนิดไม่ตรงกัน พอกันทีกับสังคมที่คนต้องการสร้างอนาคตร่วมกันสร้างชีวิตร่วมกันแต่พวกเขาทำไม่ได้ เพียงแค่เพราะความรักของเขาโดนบอกว่าไม่เหมือนกับคนทั่วไป พอกันทีกับบทสนทนาอันน่ากระอักกระอ่วนใจ กับผู้ปกครองกับพ่อแม่ของตัวเองบนโต๊ะอาหารเพียงเพราะเสียงข้างในของเขาไม่ตรงกับเสียงที่ออกมาจากปากของเขา
แล้ววันนั้น วันที่เราจะส่งสัญญาณไปทั่วโลกว่า Pride Month ไม่ใช่เป็นแค่เดือน ไม่ใช่เป็นแค่การเดินพาเหรด แต่เป็นคุณค่าที่พวกเราเชื่อร่วมกันทุกเดือน
เหลืออีกนิดเดียวเท่านั้น ตั้งรัฐบาลได้เมื่อไร เราจะเอาเรื่องนี้เข้าวาระการประชุม ครม. และการประชุมสภาฯ ผมไม่แน่ใจว่ามันจะราบรื่นแค่ไหน แต่ผมขอสัญญากับทุกคนในที่นี้ว่ามันจะคุ้มค่าแน่นอน แล้วเมื่อถึงเวลานั้น เรามาเปลี่ยนประเทศไทยไปด้วยกัน เปลี่ยนเอเชียไปด้วยกัน เปลี่ยนโลกนี้ไปด้วยกัน” พิธากล่าว
ที่มาเรื่อง/ภาพ : พรรคก้าวไกล
Facebook Comments

Related post