Digiqole ad

การเมืองเรื่องวัคซีน

 การเมืองเรื่องวัคซีน

สุดท้ายก็ไม่พ้นที่การแก้ปัญหาโรคภัยจากโควิด-19 จะกลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมืองเพราะมีการเชื่อมโยงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์และรัฐบาลก็ไม่รีรอที่จะดำเนินการทางกฎหมายโดยใช้ “มาตรา112” ที่มีเสียงเรียกร้องให้ยกเลิก

การนำเข้าวัคซีนที่มีการเชื่อมโยงกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด โดยโยงเกี่ยวการเมือง และใช้คำว่าวัคซีนพระราชทาน  ถือว่าเป็นการบิดเบือนทุกเรื่อง ทุกอย่างไม่ใช่ข้อเท็จจริงเลย เรื่องอะไรที่เป็นการบิดเบือน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงแล้วนำมาแพร่ ไม่ว่าในสื่อหรือโซเชียลมีเดีย ผมให้ดำเนินคดีทุกเรื่อง ทุกรายการ”

คือคำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แสดงอาการหัวร้อนรับไม่ได้กับการไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในเรื่องวัคซีนต้านโควิด-19

สองนักการเมืองผู้ใกล้ชิดลุงตู่อย่างนายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี จึงรีบออกหน้าแจ้งความเอาผิดนายธนาธรตามความผิดมาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

การออกเฟซบุ๊กไลฟ์ของนายธนาธรเมื่อไม่กี่วันก่อนเป็นการวิจารณ์รัฐบาลพร้อมตั้งคำถามเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าและจัดซื้อผ่านบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศอังกฤษ ที่เชื่อมโยงกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์

นายธนาธรเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น  สัญญาจ้างผลิตระหว่างแอสตร้าเซเนก้ากับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์  รายละเอียดการที่รัฐบาลให้งบประมาณสนับสนุนบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์จำนวน 595 ล้านบาท   และบันทึกการประชุมของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติที่เกี่ยวกับเรื่องนี้

ประธานคณะก้าวหน้ากล่าวว่าตนเองเห็นด้วยทุกประการที่รัฐหรือเอกชนไทยจะได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อผลิตวัคซีน แต่ก็มีคำถามถึงกระบวนการคัดเลือกเอกชน การใช้ประเด็นเรื่องวัคซีนมาสร้างความนิยมทางการเมือง และวิธีการบริหารจัดการที่ไม่มีการกระจายความเสี่ยง

ทันทีที่นายธนาธร ถูกเล่นงาน  ฝ่ายค้านอย่างพรรคก้าวไกลที่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลมองว่าเป็นคอหอยกับลูกกระเดือกกับนายธนาธรได้ออกมาปกป้องว่าไม่เห็นนายธนาธรทำผิดอะไร  เพราะเป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในการบริหารจัดการวัคซีนซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

โดยเฉพาะนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเหน็บว่า  รัฐบาลควรเอาเวลาที่มาเล่นงานนายธนาธรไปจัดการและแก้ไขปัญหาของประชาชน  รวมถึงไปหาต้นตอการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างขบวนการขนแรงงานต่างด้าวหรือบ่อนการพนันให้เจอจะดีกว่า

สำหรับภาคประชาชน  การที่นายธนาธรตั้งคำถามเกี่ยวกับวัคซีนในหลายประเด็นดังกล่าว  แล้วมีผลให้ผู้บริหารในกระทรวงสาธารณสุขหลายคนได้พากันออกมาแถลงรายละเอียดหรือชี้แจงเรื่องวัคซีนในหลายเวที  ถือเป็นเรื่องดีในการอธิบายต่อประชาชน  จากเดิมที่ปล่อยให้สับสน  คลุมเครือ แล้วพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา

เมื่อได้รับข้อมูลสองฝ่ายแล้วประชาชนจะพิจารณาตัดสินใจเองว่าที่รัฐบาลดำเนินการมานั้นถูกต้องเหมาะสมหรือไม่  ซึ่งกรณีวัคซีนนี้รอกันไม่นานภายใน 6-12 เดือนก็รู้คำตอบ

วันนี้ประชาชนได้เข้าใจแล้วว่าบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ที่ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้น 100% ซึ่งทางแอสตร้าเซเนกร้า คัดเลือกให้เป็นผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อผลิตวัคซีนในไทย    โดยรัฐบาลให้งบประมาณสนับสนุน 595 ล้านบาท และSCGให้อีก100ล้านบาท เพื่อลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตนั้น  ถือเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะได้พึ่งพาตนเอง  เป็นจุดเริ่มต้นของการยืนบนขาตนเองด้านวัคซีน  เป็นการยกระดับคุณภาพด้านสาธารณสุขไทยขึ้นไปอีกขั้นในอนาคต

ชาวบ้านได้ฟังจากปากนพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ บอกว่าใจเย็นๆไม่ต้องรีบร้อน  ฉีดวัคซีนช่วงกลางปีก็ทันเพราะภายในปีนี้จะมีวัคซีนใช้ 61 ล้านโดสสำหรับคนครึ่งประเทศ  อีกครึ่งจะได้ฉีดภายในปี 2565 ซึ่งองค์การยูนิเซฟบอกว่าปลายปีนี้ปริมาณวัคซีนจะเพียงพอต่อคนทั้งโลก  และน่าจะปลอดภัยยิ่งขึ้น

เวลานี้เป็นความต้องการเร่งด่วน  การรีบร้อนนำมาใช้อาจจะมีข้อเสียด้านผลข้างเคียงที่เจ็บป่วยรุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิต

คำถามของนายธนาธรและคำตอบของฝ่ายสาธารณสุขทำให้ช่วยลดความกังวลของประชาชนว่าจะต้องเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19หรือไม่  และก็ช่วยป้องกันนักการเมืองที่จะฉวยโอกาสหากินกับการนำเข้าวัคซีนด้วยเหตุเร่งด่วน

ดังเช่นที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งแสดงเจตจำนงจะใช้งบประมาณท้องถิ่นตั้งแต่ 10 ล้านบาทจนถึง 300 ล้านบาท ในการจัดหาหรือนำเข้าวัคซีนมาเองเพื่อฉีดให้คนในพื้นที่เพราะรัฐบาลไฟเขียวให้ทำได้หากวัคซีนนั้นได้รับการรับรองตามกฎหมาย

คนไทยไม่ใช่หนูทดลองยา  แต่คนไทยอยากให้ลองก่อนกับบิ๊กตู่  เสี่ยหนู  คณะรัฐมนตรีทั้งชุด  นักการเมืองในสภาทั้งส.ส. และส.ว.  รวมทั้งนักการเมืองนอกสภาอย่างนายธนาธรด้วยนะ  เพราะบุคคลเหล่านี้ถือเป็น “กลุ่มเสี่ยง”ทั้งนั้น

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/FpDBY

Related post