Digiqole ad

การรักษาฉบับแพทย์แผนจีน

 การรักษาฉบับแพทย์แผนจีน
Social sharing

เมื่อได้ยินคำว่า “หมอจีน” หลายคนจะนึกถึงการรักษาแบบโบราณไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยาที่ทานยากและมีรสชาติที่ขม หรือแม้กระทั่งการรักษาที่คนไข้คิดว่าเป็นการรักษาที่ไม่ทันสมัย รักษาหายช้าและคิดว่าการรักษากับแพทย์แผนจีนเป็นเพียงแพทย์ทางเลือกเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วปัจจุบันนวัตกรรมการรักษาแพทย์แผนจีนมีการพัฒนาไปเยอะมากเลยทีเดียว

จุดเด่นแพทย์แผนจีน

จุดเด่นของศาสตร์การแพทย์แผนจีนคือ ใช้วิธีการรักษาที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการปรับสมดุลของร่างกายให้ดีก่อน หลังจากนั้นแพทย์จีนจะวินิจฉัยโรคและรักษาตามอาการของคนไข้ พร้อมทั้งมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งบางโรคถ้ามารักษาเมื่อมีอาการเบื้องต้นก็สามารถหายได้เร็วขึ้น

การพัฒนาของยาจีน

ยาสมุนไพรจีนส่วนใหญ่จะมีผลข้างเคียงน้อยกว่า เพราะผลิตมาจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี รักษาอาการป่วยได้ตั้งแต่อาการแรกเริ่มไปจนถึงอาการหนัก สามารถปรับสมดุล หยินหยางของร่างกายได้ แต่เมื่อก่อนยาจีนส่วนใหญ่จะมีรสชาติที่ขม หรือ เม็ดยาที่ใหญ่เกินไป ซึ่งปัจจุบันการแพทย์จีนได้มีการพัฒนายาให้ช่วยกินยาได้ง่ายขึ้น ที่สามารถชงดื่มเหมือนการดื่ม ชา กาแฟ ที่เราคุ้นเคยกันดี แม้ยาสมุนไพรจีนจะมีหลายชนิด แต่ทั้งหมดก็ถูกนำมาสกัดเป็นผงใช้ชงน้ำดื่มได้ง่าย ๆ ไม่ขมติดลิ้น แถมพกพาสะดวก ทั้งยังทำให้การกินยาเป็นเรื่องง่าย และสนุกขึ้นอีกด้วย

แพทย์จีนสมัยใหม่

ปัจจุบันนักศึกษาแพทย์หลายคนนิยมมาศึกษาแพทย์แผนจีนกันเยอะเลยทีเดียว เนื่องจากในประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่สอนแพทย์แผนจีนค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว แต่เนื้อหาที่เรียนและวิธีการรักษาจะค่อนข้างแตกต่างกัน โดยแพทย์แผนจีนจะใช้การรักษาแบบองค์รวม และการวินิจฉัยที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้นักศึกษาหลายคนเลือกมาเรียนแพทย์จีนกันมากพอสมควร และหลักสูตรการเรียนการสอนของแพทย์จีนได้มีการพัฒนาไม่ต่างจากแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่จะเป็นแพทย์แผนจีนได้จะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 ปีเช่นกัน โดยการเรียนปีแรกจะเรียนในส่วนของภาษาจีนก่อน เหตุผลที่ต้องเรียนภาษาจีนก่อนเพราะตำราเนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นภาษาจีน หลังจากนั้นต้องเรียนตามหลักสูตรอีก 3 ปี เป็นการเรียนในส่วนของการวินิจฉัยอาการต่างๆ รวมไปถึงเรียนรู้ในเรื่องของ ยาสมุนไพรจีน ตำรับยาจีน ฝังเข็ม นวดทุยหนา เป็นต้น นอกจากนี้ 2 ปีสุดท้ายยังได้ไปฝึกงานที่ประเทศจีนอีกด้วยทั้งหมดนี้ จึงทำให้เห็นว่า ปัจจุบันการแพทย์จีนมีการพัฒนาที่ครบวงจร ทั้งหลักสูตรการเรียนการสอน เทคโนโลยีทางการแพทย์ และการพัฒนายาให้สามารถทานได้ง่ายขึ้น

การรักษาทางการแพทย์แผนจีน

 

  • การแมะจับชีพจร

การแมะคือ การจับชีพจรเพื่อตรวจดูการทำงานของอวัยวะภายใน การไหลเวียนของโลหิตและปริมาณสารจำเป็นในร่างกาย โดยสามารถบ่งบอกว่าร่างกายมีภาวะร้อนเกินไป เย็นเกินไป หรือระบบการทำงานของอวัยวะใดทำงานผิดปกติ เมื่อคนไข้เป็นโรคมีอาการผิดปกติที่อวัยวะใด ร่างกายก็จะแสดงอาการออกมาทางเส้นชีพจร ทั้งนี้การตรวจวินิจฉัยจะได้ผลออกมาแม่นยำหรือไม่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของแพทย์ ควบคู่ไปกับทักษะการดู การดม และการสอบถาม เพื่อการวินิจฉัยโรคและกลุ่มอาการที่ถูกต้อง ครบถ้วน และแม่นยำ

 

  • ยาสมุนไพรจีน

การรักษาด้วยยาสมุนไพรจีน เป็นการนำเอายาแต่ละตัวที่มีคุณสมบัติในการรักษาโรค มาผสมรวมกัน ปรุงจนเป็นตำรับที่เหมาะสำหรับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ถึงแม้ผู้ป่วยที่ป่วยโรคเดียวกัน หรือ มีอาการเหมือนกัน ก็จะได้รับการจ่ายยาต่างตำรับกัน ทั้งนี้เพราะสาเหตุของการเกิดโรคในทางแพทย์แผนจีนนั้นมีหลายรูปแบบ ผู้ป่วยแต่ละคนมีสภพร่างกายที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการจ่ายยาจีนจึงจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และการวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อลดผลข้างเคียงของการใช้ยาและเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา

  • การฝังเข็ม

ฝังเข็ม เป็นหนึ่งในห้าแขนงการรักษาของศาสตร์แพทย์แผนจีนที่มีต้นกำเนิดและพัฒนามานานกว่า 3,000 ปี ซึ่งในปัจจุบัน องค์การอนามัยโรค (WHO) ให้การรับรองแล้วว่า การฝังเข็มจัดเป็นการรักษาโรคที่ได้ผลอีกทางเลือกหนึ่งโดยมีหลักการคือ การใช้เข็มขนาดเล็ก ฝังตามจุดฝังเข็มบนร่างกาย ซึ่งเป็นจุดที่มีพลังงานมากกว่าจุดอื่น ๆ เพื่อทำให้พลังงาน และอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายที่เสียสมดุลไป กลับมาอยู่ในภาวะปกติ

ส่วนมุมมองด้านวิทยาศาสตร์ตามทฤษฎีวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ การฝังเข็มถือเป็นวิธีการกระตุ้นระบบประสาทอย่างหนึ่งที่สามารถปรับการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายที่เสียสมดุลไปให้กลับสู่สภาพปกติโดยผ่านทางระบบประสาท ซึ่งเราเรียกกระบวนการนี้ว่า “Neuromodulation” ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่า การฝังเข็มทำให้เกิดการหลั่งของสารชีวเคมีในร่างกายเพิ่มขึ้น มากกว่า 35 ชนิด แล้วแต่ตำแหน่งที่ใช้ฝังเข็ม ซึ่งจะมีผลต่อร่างกายในแง่ช่วยระงับอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงเฉพาะที่ ปรับระดับไขมันและสารเคมีอื่น ๆ ในร่างกายให้อยู่ในสภาพสมดุล รวมทั้งเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย

  • การครอบแก้ว

การครอบแก้วเป็นอีกวิธีการรักษาหนึ่งของแพทย์แผนจีนที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยสามารถรักษาโรคได้หลากหลาย มีส่วนช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่เกร็งตัวได้คลายตัว อีกทั้งยังไปกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตที่ติดขัด เลือดที่คั่งค้างอยู่ในผิวหนังทำให้หายจากอาการปวด นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการดูแลรักษาระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ช่วยรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะไอเรื้อรัง หรือหอบ อัมพฤกษ์ อัมพาต อีกทั้งยังอาจรักษา ”โรคซึมเศร้า” ได้ด้วย เนื่องจากแพทย์แผนจีนของเราเชื่อว่าความร้อนจากถ้วยที่ไปกระตุ้นพลังชี่ จะทำให้จิตใจของผู้ป่วยรู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยานั่นเอง

  • นวดจีนทุยหนา

การนวดทุยหนาคือศาสตร์แพทย์แผนจีนแขนงหนึ่งที่มีมายาวนานควบคู่กับฝังเข็ม โดยแพทย์ที่ทำการรักษาจะใช้มือ หรือส่วนของร่างกาย กด คลึง ถู บีบ ดัด หรือกลิ้ง บนจุดเส้นลมปรานของร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เลือดลมไหลเวียนสะดวก ช่วยบรรเทาอาการปวด ปรับสมดุลร่างกาย การนวดทุยหนาแต่ละจุด จะมีสรรพคุณรักษาโรคที่แตกต่างกันออกไป สามารถใช้แทนยาหรือการฝังเข็มได้ในบางโรค  ให้ความรู้สึกผ่อนคลายในขณะรับการรักษา ไม่มีผลข้างเคียง แนะนำให้ทำควบคู่กับการฝังเข็ม หรือ สมุนไพรจีน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่เร็วและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

  • การกวาซา

กวาซาเป็นวิธีการรักษาแบบโบราณของจีน โดยใช้ ทฤษฎีการแพทย์แผนจีนเป็นพื้นฐานซึ่งจัดอยู่ในประเภทเดียวกับการฝังเข็ม โดยใช้อุปกรณ์เครื่องมือเช่น เขาควาย หยก ช้อนเซรามิก ขูดบริเวณผิวหนังตามเส้นลมปราณที่เกี่ยวข้องและบริเวณจุดฝังเข็มต่างๆ ตามร่างกาย โดยจะขูดจนมีรอยซาแดงๆ เกิดขึ้น การกวาซาสามารถขยายเส้นเลือดฝอย เพิ่มการขับเหงื่อ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่ สลายลิ่มเลือด แก้ปวด  ขับร้อน ถอนพิษ คลายเส้นเอ็น นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง เสริมม้ามและกระเพาะอาหารให้แข็งแรง การทำกวาซาบ่อยๆ สามารถปรับหยินหยางให้สมดุล ช่วยให้ผ่อนคลายและเสริมภูมิคุ้มกัน

  • การรมยา

การรมยา คือการรักษาโรคด้วยการเผาสมุนไพรโกศจุฬาลัมพาแล้วนำมารมบริเวณจุดฝังเข็มตามตำแหน่งของเส้นลมปราณ  ในทางศาสตร์การแพทย์แผนจีน เชื่อว่า การรมยาสามารถปรับสมดุลอินหยาง ปรับสมดุลพลังชี่และเลือด  อบอุ่นขับเคลื่อนเส้นลมปราณ บำรุงพลังชี่และขจัดพิษภายในร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนของพลังและเส้นลมปราณ พยุงหยาง รวมไปถึงการมีส่วนช่วยในเรื่องความงาม และการดูแลสุขภาพอีกด้วย

 

 

 

 

Facebook Comments

Related post