Digiqole ad

“กรมศุลกากร-กรุงไทย” เสริมแกร่งผู้นำเข้า-ส่งออก พร้อมยกระดับบริการศุลกากรสู่ดิจิทัล

 “กรมศุลกากร-กรุงไทย” เสริมแกร่งผู้นำเข้า-ส่งออก พร้อมยกระดับบริการศุลกากรสู่ดิจิทัล
Social sharing
Digiqole ad

กรมศุลกากรจับมือธนาคารกรุงไทย จัดงานสัมมนาหัวข้อ “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก จะปรับให้ทันอย่างไร” พร้อมเปิดตัวระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ “Customs Trader Portal” อย่างเต็มรูปแบบ ให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจกรรมทางทะเบียนกับกรมศุลกากรผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่ต้องยื่นเอกสาร และไม่ต้องเดินทางมายังกรมศุลกากร

เมื่อวันพุธที่ 13 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น. กรมศุลกากร ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก จะปรับให้ทันอย่างไร” ณ อาคารสโมสรศุลกากร กรมศุลกากร โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี และนายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย เป็นประธาน เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการกับผู้นำเข้า-ส่งออก และตัวแทนออกของ พร้อมยกระดับบริการศุลกากรสู่ระบบดิจิทัล พร้อมเปิดตัว ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ “Customs Trader Portal” อย่างเต็มรูปแบบ โดยการจัดงานสัมมนาครั้งนี้มีผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 150 คน และเข้าร่วมรับชมผ่านช่องทางออนไลน์

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี เปิดเผยว่า กรมศุลกากรและธนาคารกรุงไทยร่วมกันพัฒนาระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ทาง Customs Trader Portal มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจกรรมทางทะเบียนกับกรมศุลกากรแบบออนไลน์ ไม่ต้องยื่นเอกสาร และไม่ต้องเดินทางมายังกรมศุลกากร

จนถึงปัจจุบันระบบ Customs Trader Portal ได้ขยายบริการให้สามารถรองรับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำเข้า-ส่งออก ตัวแทนออกของ และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของ ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และนิติบุคคลที่กรรมการทุกคนมีสัญชาติไทย ครอบคลุมการดำเนินกิจกรรมทางทะเบียนหลักกับกรมศุลกากรทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น การลงทะเบียน การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน การขอใช้ข้อมูลทะเบียน การต่ออายุการอนุญาต รวมถึงการเพิ่ม-ลดตัวแทนออกของของผู้นำเข้า-ส่งออก และการตอบรับผู้นำเข้า-ส่งออกของตัวแทนออกของด้วย เพียงแค่ลงทะเบียนง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ www.customstraderportal.com และยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่มีความสะดวก รวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ โดยได้เปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวก รวมถึงลดค่าใช้จ่าย และเวลาในการติดต่อและขอรับบริการ


นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกรมศุลกากร ในการยกระดับบริการศุลกากรสู่ดิจิทัล ตามยุทธศาสตร์ X2G2X โดยขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมสร้างคุณค่า ตอบโจทย์ลูกค้า สู่ความยั่งยืน” โครงการ Customs Trader Portal เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญ ที่ธนาคารได้ร่วมกับกรมศุลกากรนำดิจิทัลเทคโนโลยีมา

พัฒนาระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ มีจุดเริ่มต้นมาจากสถานการณ์การนำเข้าสินค้าในรูปแบบ e-Commerce มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าของบุคคลธรรมดาที่สั่งของมาใช้เอง หรือนำมาจำหน่าย หรือเป็นสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานอื่นๆ ผู้นำเข้าจำเป็นต้องลงทะเบียนกับกรมศุลกากร ซึ่งมีขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่ต้องไปดำเนินการด้วยตนเองหรือการมอบอำนาจที่ยุ่งยาก ธนาคารจึงได้ร่วมกับ
กรมศุลกากรนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ ด้วยการยืนยันตัวตน
ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) อย่างสมบูรณ์แบบผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซึ่งเป็น Thailand Open Digital Platform ล่าสุดในเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่อออนไลน์ Customs Trader Portal ได้เปิดตัวบริการครอบคลุมครบทุกกิจกรรมทางทะเบียนของกรมศุลกากร ช่วยให้ผู้นำเข้า-ส่งออก ตัวแทนออกของ และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกของส่วนใหญ่ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องเดินทางมาติดต่อ ณ จุดบริการของ
กรมศุลกากร ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบ Customs Trader Portal แล้วกว่า 20,000 ราย โดยธนาคารและกรมศุลกากรยังมีแผนการพัฒนาระบบต่อยอดโครงการ Customs Trader Portal อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ด้วยการให้บริการในรูปแบบ Single Digital Platform อาทิ การชำระค่าภาษีและค่าธรรมเนียมแบบครบวงจร การติดตามสถานะข้อมูลและเอกสารดิจิทัล พร้อมเชื่อมต่อการเก็บหลักฐานในรูปแบบดิจิทัลต่อไป

นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในช่วงเสวนาในหัวข้อ “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก จะปรับให้ทันอย่างไร” ที่จัดขึ้นในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับ ภาพรวมเศรษฐกิจและการคาดการณ์ภาวะการค้าโลก ปี 2567 แนวโน้มการส่งออกและการนำเข้าของไทย และทิศทางการส่งออกสินค้าสำคัญ รวมถึงความตื่นตัวของนานาประเทศในประเด็นสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหมุนเวียนและธุรกิจสีเขียว (Green Customs) การป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม มาตรการใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เน้นเรื่อง paperless และการลดพิธีการศุลกากรที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น ลดอากรให้ธุรกิจสีเขียว รวมถึงประเด็นด้านการขนส่งทางรางในระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ที่รัฐบาลปัจจุบันให้ความสนใจ อีกทั้งยังเป็นการขนส่งที่มีต้นทุนต่อปริมาณที่ต่ำกว่ารถบรรทุก และมีการปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยในช่วงเสวนามีการแนะนำระบบ Customs Trader Portal ที่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบแล้ว ยังช่วยส่งเสริมด้านการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดการเดินทาง ลดการใช้กระดาษ ตามแนวทางธุรกิจสีเขียวอีกด้วย

ผู้ประกอบการที่สนใจสอบถามข้อมูลการใช้งานระบบ Customs Trader Portal ได้ที่ฝ่ายทะเบียน
ผู้นำเข้าและส่งออก กรมศุลกากร 02-667-6488 และ 02-667-7802 และฝ่ายทะเบียนตัวแทนออกของกรมศุลกากร 02-667-7000 ต่อ 20-4634 , 20-4636 สอบถามข้อมูลการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ที่ Krungthai Contact Center 02-111-1111 หรือสอบถามบริการนำเข้าและส่งออก ติดต่อ ผู้ชำนาญการธุรกิจต่างประเทศ (ทีม Trade Solutions) หรือ Krungthai Corporate Contact Center 02-111-9999

Facebook Comments

Related post