Digiqole ad

กรมศุลกากรจับกุมชายชาวเปรู ลักลอบนำโคคาอีนเข้าประเทศ น้ำหนัก 2,280 กรัม มูลค่าประมาณ 6.8 ล้านบาท

 กรมศุลกากรจับกุมชายชาวเปรู ลักลอบนำโคคาอีนเข้าประเทศ น้ำหนัก 2,280 กรัม มูลค่าประมาณ 6.8 ล้านบาท
Social sharing
Digiqole ad

กรมศุลกากรจับกุมชายชาวเปรู ลักลอบนำโคคาอีนเข้าประเทศ โดยซุกซ่อนภายในร่างกาย น้ำหนัก 2,280 กรัม มูลค่าประมาณ 6.8 ล้านบาท ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ

วันนี้ (23 สิงหาคม 2566) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหาร การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ให้ความสำคัญ ในภารกิจปกป้องสังคม ให้ปราศจากการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด จึงให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมศุลกากร เพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษในการป้องกัน สกัดกั้นยาเสพติดให้โทษ และบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) หน่วยงานศุลกากรของไทยในต่างประเทศ ศุลกากรต่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สถานทูตต่างๆ องค์การตำรวจสากล (Interpol) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (Drug Enforcement Administration: DEA) เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าว ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือและดำเนินงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 กองสืบสวนและปราบปราม และสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำโดย นายถวัลย์ รอดจิตต์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม และนางสาวนิตยา เที่ยงตรงภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ให้เจ้าหน้าที่
กรมศุลกากรในสังกัดฯ ร่วมกับชุดปฏิบัติการ AITF (AIRPORT INTERDICTION TASK FORCE) ประกอบด้วย

กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ได้ร่วมกันตรวจสอบผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเป็นผู้โดยสารของสายการบินแอร์ฟรานซ์ เดินทางมาจากกรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู และเปลี่ยนเครื่องที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบผู้โดยสารที่เป็นชายชาวเปรู มีความน่าสงสัยจึงขอตรวจค้นโดยการสแกนกระเป๋าและสแกนร่างกาย

ซึ่งภายในสัมภาระเดินทางไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ แต่ภายในร่างกายพบความผิดปกติที่คาดว่าจะเป็นยาเสพติด จึงขอให้ผู้โดยสารเข้ากระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน ผลจากการตรวจสอบ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน ลักษณะเป็นของเหลวใสบรรจุห่อหุ้มด้วยถุงยางอนามัย 4 ชั้น น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 2,280 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในร่างกาย มูลค่าประมาณ 6,840,000 บาท

การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 252 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167
แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะดำเนินการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

Facebook Comments

Related post