Digiqole ad

“กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์” ผนึกพลังปั๊มน้ำมันแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด

 “กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์” ผนึกพลังปั๊มน้ำมันแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม

Advertisement
อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่ผลผลิตไข่ไก่เริ่มออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากในทุกพื้นที่ ประกอบกับปัจจุบันเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้เกิดการชะลอตัวของการรับซื้อของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรขาดช่องทางในการกระจายผลผลิต เนื่องจากธุรกิจบริการ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร ไม่เปิดให้บริการ จึงเกิดภาวะไข่ไก่ล้นตลาด นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในเร่งเข้าไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไข่ไก่ โดยดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้1. เชื่อมโยงการจำหน่ายหรือกระจายไข่ไก่ผ่านช่องต่างๆ เช่น งานธงฟ้ารถโมบาย และสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น 2. กำกับดูแลการค้าปลีก โดยติดตามภาวะการค้าปลีกและราคาขายปลีกในตลาดสดให้สอดคล้องกับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม รวมทั้งตรวจสอบกำกับดูแลด้านเครื่องชั่ง และการปิดป้ายแสดงราคาขายปลีก

สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง3 รายใหญ่ ประกอบด้วย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) , บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รับซื้อไข่ไก่ในปริมาณ 1,450,000 ฟอง เพื่อจัดทำโปรโมชันเป็นของสมนาคุณให้กับผู้ใช้บริการในสถานีจำหน่ายน้ำมัน พีทีพีทีที สเตชั่นและบางจาก ในพื้นที่กรุงเทพ ปริมณฑลฯ และภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่13 จังหวัด 790 สาขา โดยกรมฯ ช่วยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ เพื่อช่วยขยายช่องทางในการกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อเร่งกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ดังที่ได้กล่าวข้างต้น จะสามารถแก้ไขปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด รักษาเสถียรภาพด้านราคาและปรับสมดุลกลไกตลาด อันจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

“นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียงมีผลผลิตได้รับความเสียหาย รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคผักในช่วงเทศกาลกินเจมีปริมาณสูง สินค้าผักจึงขาดแคลน ส่งผลให้ราคาสินค้าผักปรับตัวสูงขึ้น กรมฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้ง 3 ราย ในการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผักให้เกษตรกร ในช่วงประสบภัยน้ำท่วมและให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าผักในราคาที่เหมาะสมในช่วงเทศกาลกินเจ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6-13 ตุลาคม 2564 ณ สถานีจำหน่ายน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑลฯ ที่ร่วมรายการจำนวน 100 สาขา โดยผักที่นำมาวางจำหน่ายได้แก่ ผักคะน้า ในราคา 35 บาท กวางตุ้ง 20 บาท ผักบุ้ง 25บาท ผักกาดขาว 25บาท และกะหล่ำปลี20บาท เป็นต้นโดยกรมฯร่วมกับตลาดค้าส่งผัก อาทิ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง นำผักมาจำหน่ายเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ในราคาประหยัดกว่าปกติในช่วงเทศกาลกินเจประมาณ 40 %” นายวัฒนศักย์ฯ กล่าว

 

Advertisement
Facebook Comments

ลิงค์สำหรับแชร์: https://bangkok-today.com/1h6p7

Related post