กองพลทหารราบที่ 7 ภารกิจส่งท้าย ผบ.ทบ.
เรียกแขกได้พอสมควร สำหรับไอเดียตั้ง “กองพลทหารที่ 7” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่สีแดงที่ฝ่ายความมั่นคงจับตาเป็นพิเศษ
ซึ่งไอเดียนี้เกิดขึ้นจาก ผบ.ทบ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ชงเข้าที่ประชุม ศอฉ.มาแล้ว
ทันทีที่ไอเดียนี้ถูกนำเสนอผ่านสื่อ เสียงตอบรับเป็นไปในแนวทางที่ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้เท่าใดนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลายฝ่ายมองว่า การจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 เป็นการจัดตั้งเพื่อ “บอนไซ” มวลชนคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคเหนือ มากกว่าเพื่อภารกิจด้านความมั่นคง
แถมยังมีประเด็นงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ต้องทุ่มลงไปเพื่อจัดตั้งกองพลน้องใหม่นี้ขึ้นมา ว่ากันว่างบประมาณที่ใช้อาจสูงถึง 10,000 ล้านบาท
กองพลทหารราบที่ 7 จะใช้พื้นที่ของกรมรบพิเศษที่ 5 (รพศ.5) ค่ายขุนเณร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นกองบัญชาการกองพลใหม่ มีหน่วยขึ้นตรง 2 กรม คือกรมทหารราบที่ 7 (เชียงใหม่) และกรมทหารราบที่ 17 (พะเยา)
อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดจากหลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็นกับการจัดตั้ง พล.ร. 7 โดย พล.ท.พิรัช สวามิวัศด์ุ นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ระบุว่า ประเทศไม่ได้วิกฤติถึงขั้นต้องมาตั้งกองพลใหม่ เพราะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมมาก ยิ่งในภาวะที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาทางการเงิน
“อยากถามว่าจำเป็นแค่ไหนที่เราจะต้องไปเสียงบประมาณ ในการเพิ่มกองพลใหม่ในช่วงนี้”
ขณะที่นายสำราญ รอดเพชร รักษาการ โฆษกพรรคการเมืองใหม่ ชี้ว่า กองทัพบกมีบทเรียนมาจากการจัดตั้งกองพลพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากร หรือกองพลทหารราบที่ 15 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี 2548 มาแล้ว การแปรสภาพหน่วยหรือการจัดตั้งหน่วยใหม่เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย หากเป้าหมายภารกิจไม่ชัดเจน ดังนั้นควรจะได้นำกรณีดังกล่าวมาเป็นกรณีศึกษาด้วย" นายสำราญ กล่าว
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ขู่ยื่นเรื่องดังกล่าวให้กรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนฯ ตรวจสอบทันที หากมีการนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.
“อย่าเอื้อประโยชน์ให้ทั้งกองทัพในเรื่องงบประมาณและฝ่ายการเมือง โดยใช้งบประมาณซึ่งมาจากภาษีประชาชนหากกระทรวงกลาโหมเสนอวาระตั้ง พล.ร.7 เข้า ครม.เมื่อไหร่จะยื่นกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบทันที”
แน่นอนว่า เมื่อถามเรื่องนี้กับ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกฯ ด้านความมั่นคง ออกมาแสดงความเห็นที่ยังแบ่งรับแบ่งสู้
“เรื่องนี้ได้พิจารณากันมาแล้วว่ากองพลที่มีอยู่ไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นที่ต้องตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับภารกิจ เหมือนกับการจัดตั้งกองพลที่ชายแดนใต้ที่คิดมาตั้งหลายปีดำเนินการมาแล้ว 5-6 ปีจนถึงวันนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นกรณีนี้ก็เช่นเดียวกันต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 ปี การเสนอข่าวหวือหวาไม่ได้เป็นเช่นนั้น”
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่า กองพลทหารราบที่ 7 จะยังไม่ได้จัดตั้งขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง แต่ที่แน่ๆ ไอเดียนี้ก็เกิดขึ้นในช่วงท้ายสุดของการเป็น “ผบ.ทบ.”ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กำลังจะอำลาตำแหน่งในเดือนกันยายน
ไม่แปลกที่จะบอกว่าภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจสุดท้ายที่หลายคนจะไม่ลืม!!!
เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว