Skip to Content

วันที่จะมาถึง

ประชาธิปไตยแบบไทยๆ กลายจากประชาธิปไตยในรัฐสภามาเป็นประชาธิปไตยข้างถนน..และในที่สุดประชาธิปไตยข้างถนน..จะนำประเทศไปสู่อนาคตที่คาดหมายไม่ได้ถามกันทุกสภากาแฟและโต๊ะอาหาร...ไม่มีใครตอบได้ อนาคตของประเทศพรรคการเมืองกับพรรคการเมือง..ทหารกับทหาร พระสงฆ์กับพระสงฆ์..การเมืองจับผ่าครึ่งแบ่งข้างแยกฝ่าย..ให้เป็นศัตรูต่อกัน..พลิกหน้าต่างประวัติศาสตร์มองกลับเข้าไปในสุสานแ ห่งกาลเวลา..ที่ใดการเมืองมาเล่นกันอยู่ข้างถนน ที่นั่นมีปลายทางที่กองเลือดและน้ำตาที่ใดที่การเมืองกลายเป็นการเผชิญหน้าของคนหมู่มาก..ที่นั่นจะพบกับความวิบัติบนเปลวไฟอุบัติการณ์ล่า

สุด...อุบัติการณ์แดงทวงอำนาจคราวนี้จะจบสิ้นลงแบบไหนอย่างไร...ก็อยู่ที่ว่า..ประชาชนคนเสื้อแดงจะเพิ่มเติมผู้คนเข้ามาบนท้องถนนและปริมณฑลแห่งการต่อสู้ได้มากแค่ไหน..หากมาถึง ห้าแสนไปล้าน..ก็ยากที่รัฐบาลจะตั้งรับอยู่ได้..แต่หากว่า..ตัวเลขยังต่ำ...รัฐบาลก็จะประเมินว่าที่มากันเป็นประชาชนจัดตั้ง..ของพรรคตรงกันข้ามเป็นฝีมือฝ่ายค้าน..รัฐบาลก็จะนั่งนิ่ง..ทิ้งให้กินทุนกันไปเรื่อยๆ..ตราบเท่าที่..การชุมนุมยังไม่ข้ามเส้นแห่งข้อกำหนดที่ว่า..โดยสงบและ

ปราศจากอาวุธ..วันมหาวิปโยค..ในอดีต...การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทหาร..ของจอมพล ถนอม กิตติขจร..ได้ผ่อนคลายไปแล้ว..ก่อนที่จะมีการพลิกกลับให้เป็นวันมหาวิปโยค..เพราะทหารที่ต้องการโค่นล้ม..อำนาจเหนือกองทัพของจอมเผด็จการถึงวันนี้...หากการเมืองข้างถนนยังเกิดขึ้นและเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า..วันหนึ่งข้างหน้าหรืออาจจะเป็นพรุ่งนี้..วันมหาวิปโยคครั้งใหม่จะบังเกิดขึ้นมา...และรัฐบาลกับกองทัพก็จะต้องยิงกระสุนใส่ฝูงประชาชน..และศพของประชาชน

นั่นแหละ คือ ความปราชัยของฝ่ายรัฐบาลและทหารของรัฐ..ไม่เกินร้อยศพของประชาชน..ทหารจะหันกลับ เขารับไม่ได้กับการลั่นกระสุนใส่..คนไทยที่เป็นพ่อแม่พี่น้องและผองเพื่อนของพวกเขา..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..กับคณะแห่งอำนาจ..จงศึกษาให้แจ่มชัด..อำนาจรัฐอำนาจปืนนั้น..เป็นสิ่งสมมุติ..มันเปลี่ยนแปลงได้ และเปลี่ยนแปลงเป็นนิจนิรันดร์อย่าให้มันเกิดขึ้นมา..อย่างสร้างวาระสุดท้ายให้กับตนเอง...