Skip to Content

กูรู My Trip ติ๊ก-จงกลณี นำทัวร์ วันเดียวเที่ยวคุ้มเมืองกาญจน์



วันหยุดสุดสัปดาห์ หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวจังหวัดใกล้ๆ กรุงเทพฯ คงต้องมีจังหวัด กาญจนบุรี ติดอยู่ในโปรแกรม เพราะใช้เวลาเดินทางไม่นาน และมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้ชมเป็นจำนวนมาก จะไปกันแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือจะค้างคืน สนุกได้เต็มที่เหมือนกันกูรู ติ๊ก-จงกลณี สถิรอัศวนันท์ จาก Passion My Trip ของแคมเปญ Citi “Choose Your Passion” ของ บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ พาสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ที่รักการท่องเที่ยว ร่วมเดินทางไปสัมผัส มนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งคำขวัญ แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก กับทริปท่องเที่ยวสไตล์กูรูติ๊ก

กับ One fine day@ กาญจนบุรี จุดหมายแค่เอื้อมครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ไม่ไกลเท่าไหร่ เพราะนั่งรถจากกรุงเทพไปกาญจนบุรี ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. การเดินทางไปมาสะดวกสบาย กาญจนบุรีเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีธรรมชาติที่สวยงาม สถานท่องเที่ยวมากมาย เช่น น้ำตก สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางรถไฟสายมรณะ เจดีย์สมัยขอม สุสานทหารพันธมิตร และยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก เช่น ล่องแพ ขี่ช้าง ฯลฯใช้เวลาจากกรุงเทพฯ เพียงไม่นาน ก็ถึงจุดหมาย

แรกของทริปนี้ คือ แคมป์ช้างทวีชัย ทางเลือกใหม่ ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่นี่มีช้างทั้งหมด 27 เชือก มีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ทำหลายอย่าง เริ่มจาก นั่งช้างทัวร์รอบแคมป์ พื้นที่บริเวณนั้นมีทั้งที่เป็นทางราบ ทางขึ้นเนิน ลงเนิน และเดินลัดเลาะริมแม่น้ำแควใหญ่ให้เห็นน้ำใสไหลเย็นชื่นใจ ก่อนจะเดินขึ้นฝั่งแล้วพาไปส่งยังจุดเริ่มต้น จากนั้นก็เปลี่ยนมา นั่งรถกระบะ เพื่อร่วมกิจกรรม ถ่อแพไม้ไผ่ ชมความงดงามของธรรมชาติริมฝั่งแคว เมื่อเห็นน้ำใสๆ เย็นๆ อยู่

ตรงหน้า บางท่านก็ถึงกับอดใจไม่ไหวขอลงเล่นน้ำคลายร้อน เกาะแพไปเรื่อยๆ อย่างสนุกสนาน ใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงฝั่ง รายการต่อไปคือ ชมการแสดงของมาลัย ช้างน้อยแสนรู้วัย 7 ขวบ ที่มาโชว์ความสามารถน่ารักๆ ให้ดูหลายอย่าง เช่น ใช้งวงหมุนห่วงฮูลาฮูบ ชู้ตลูกบาส ลงห่วง ปาลูกดอก ใส่ลูกโป่ง พอทำสำเร็จจะเดินมาที่นักท่องเที่ยวขอกล้วยน้ำว้าเป็นรางวัล แม้กระทั่งตอนถ่ายภาพหมู่ ช้างน้อยมาลัย ยังให้ความร่วมมือชูงวงโพสท่าสวยให้ถ่ายรูปอีกด้วย

เสน่ห์ธรรมชาติยุคไอที ประวัติศาสตร์กาญจนบุรี
มาเที่ยวเมืองกาญจน์ทั้งทีถ้าไม่ไปชม เขื่อนศรีนครินทร์ ก็คงเหมือนขาดอะไรไปอย่าง หลังออกจาก แคมป์ช้างทวีชัย รถวิ่งประมาณ 20 กม. ก็มาถึงสันเขื่อนฯ ซึ่งจะมองเห็นวิวแบบ Bird Eye View เขื่อนนี้เดิมชื่อ เขื่อนเจ้าเณร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2516 เสร็จเมื่อ พ.ศ. 2523 ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มาเป็นชื่อเขื่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล เป็น เขื่อนแห่งที่ 8 ในจำนวน 17 แห่ง ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่ออำนวยประโยชน์ ทางด้านต่างๆ ช่วยพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ของราษฎร และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เขื่อนนี้เป็นเขื่อนประเภทหินทิ้งแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำถึง 419 ตารางกิโลเมตร และมีความจุมากถึง 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร

เส้นทางพม่า
สถานที่แห่งต่อไป ที่ติ๊ก พาลูกทัวร์ไปเยือนคือ โรงถ่ายพร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ ซึ่งเป็นสถานที่ ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ในบริเวณกองพลทหารราบที่ 9 ค่าย สุรสีห์ โดยพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นหนึ่งในเส้นทางการเดินทัพของพม่าในอดีตด้วย จากสภาพป่ารกบนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ใช้ระยะเวลานานกว่า 4 ปี ในการเนรมิตฉากต่างๆ ที่มีความงดงามและสมจริง ทั้งสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม เพื่อรองรับการถ่ายภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ดังกล่าว ใช้งบก่อสร้างประมาณกว่า 700 ล้านบาท ส่วนเส้นทางท่องเที่ยวของโรงถ่ายอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ มีไกด์สาวอาสาพาเดินชมทั้งหมด 20 จุด อาทิ หมู่บ้านโยเดีย กุฏิมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บศาสตราวุธ โบสถ์วัดมหาเถรคันฉ่อง กำแพงเมือง หงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน ตำหนักพระนเรศวร สรรเพชญ์ปราสาท กำแพงเมืองอโยธยา ตำหนักบุเรงนอง ห้องเก็บอุปกรณ์ประกอบฉาก เป็นต้น แต่ละจุดที่เดินผ่านล้วนมีความสวยงามและน่าสนใจ ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในสถานที่จริงกันเลยทีเดียว จึงไม่พลาดที่จะเก็บภาพ ไว้เป็นที่ระลึกกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แถมร่วมกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการนักท่องเที่ยว อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการขี่ควาย ยิงปืนไฟโปรตุเกส ใส่ชุดเกราะ ถือดาบ นั่งบนหลังม้า(ปลอม) เป็นความสนุกที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

กองทัพเดินด้วยท้อง
ใช้เวลาเดินทัวร์โรงถ่ายสุดอลังการกว่าชั่วโมงครึ่งก็เสร็จสิ้น กูรูติ๊ก หัวหน้าทริป ถือคติกองทัพต้อง เดินด้วยท้อง พาลูกทัวร์ไปทานอาหารมื้อเย็นกับเมนูอร่อยๆ ที่ร้านอาหารริมน้ำ คีรี ธารา ท่ามกลางบรรยากาศ สบายๆ ในยามเย็น มองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำแควอยู่ไม่ไกล ทำให้ทุกคนสำราญกับอาหารอย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นการเตรียมพลังไว้ใช้ในโปรแกรมสุดท้ายที่รออยู่ การเดินชม ถนนคนเดินปากแพรก 177 ปี ซึ่งเป็นย่านชุมชนเก่าแก่ของเมืองกาญจน์ อยู่ใกล้ประตูเมืองเก่ากาญจนบุรี เป็นถนนสายเก่าของเมืองในอดีต ที่มีสิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ ทั้งโบราณสถาน บ้านเรือนร้านค้าแบบไม้และตึก ส่วนใหญ่เป็นรูปทรงแบบจีนและตะวันตก ก่อสร้างอยู่รวมกันตลอดเส้นทางสายนี้ เป็นระยะทางกว่า 1 กม.

ถนนสายประวัติศาสตร์
อาคารที่มีความสำคัญและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งคือบ้านเรือนเก่าแก่มากมายหลายหลังที่มีอายุ ยาวนาน และได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้ผู้ที่มาเยือนได้ชม เช่น บ้านแต้มทองบ้านสิทธิสังข์ โรงแรมสุมิตราคาร บ้านบุญผ่อง แอนด์ บราเดอร์ นอกจากนี้ยังมีอาคารเก่าแก่ที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บ้านฮั้วฮง บ้านอำนวยโชค บ้านชิ้นปิ่นเกลียวนิวาสแสนสุขเรือนหอของพระยาพหลพลพยุหเสนานายกรัฐมนตรีคนแรกของไทย และใกล้ๆ กันยังมีบ้านเรือนไม้ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันด้วยความที่มีประวัติความเป็นมายาวนานร่วม 200 ปี แม้ปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปแต่ชาวชุมชนที่อาศัยสืบทอดต่อเนื่องกันมานับแต่อดีต ก็ยังมุ่งมั่นที่จะ อนุรักษ์สถาปัตยกรรมและร่องรอยประวัติศาสตร์ของชุมชนนี้ไว้ จึงร่วมกันจัดถนนคนเดินเพื่อส่งเสริมเป็น แหล่งท่องเที่ยวบนถนนสายเก่าที่ยังไม่จางหายไปตามกาลเวลา โดยจะเปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ 16.00-22.00 น. พบกันใหม่ทริปหน้า....สวัสดี

เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว