Skip to Content

‘หุ้นดารา’ สิ่งบ่งชี้ความ สำเร็จหรือความล้มเหลว



แต่ก็เหมือนมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัด อาชีพที่ใครก็ต่างหมายปองอยากจะเป็นนั้นบังเอิญก็มีจุดบอดอยู่ในตัวเองเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อถึงวัยที่โรยรา หากแต่ไม่หาอาชีพเสริมก็คงจะอยู่รอดได้ยาก ดาราหลายคนจึงพยายามเก็บเงินเพื่อที่จะลงทุนทำอะไรสักอย่าง และการเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวก็คือหนึ่งในอาชีพเสริมที่เหล่าดารา-นักแสดงนิยมทำกัน ทั้งทำแบบเดี่ยวๆ ไม่มีหุ้นส่วน ไปจนถึงทำกันเป็นคู่ๆ ทั้งคู่เพื่อนซี้หรือคู่รักแต่การทำธุรกิจด้วยกันนั้นก็ใช่จะสวยหรูโรยด้วย

กลีบกุหลาบเสมอไป บางรายที่ทำร่วมกันแล้วประสบความสำเร็จก็มีถมเถไป แต่บางรายพอขัดผลประโยชน์กันนิดๆ หน่อยๆ ก็ออกมาฟ้องร้อง สาดเสียเทเสียกันขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เลยก็มีให้เห็นเยอะ เรียกได้ว่า ถ้าคู่ทำธุรกิจของเราดีนั้นก็คงไปได้ฉลุย แต่หากไม่ดีก็มีแต่เสียกับเสียคู่หู-คู่รักทำธุรกิจ...ร่วงมีดาราอยู่หลายคู่ที่ทำธุรกิจร่วมกันแล้วร่วงไม่เป็นท่า ทั้งเป็นเพื่อน (เคย) สนิทกัน และเป็นคู่ (เคย) รักกันก็เยอะ บางคู่ก็เกิดจากเรื่องของการขัดผลประโยชน์ซึ่งกัน

และกัน แต่บางคู่ก็เกิดจากความไม่พอใจส่วนตัวคู่แรกที่ทำแล้วร่วงไม่เป็นท่าคือ อดีตคนเคยเลิฟๆ กันอย่าง แป้ง-อรจิรา แหลมวิลัย กับคาสโนว่าตัวพ่ออย่าง ฟลุ๊ค-เกริกพล มัสยวาณิช คู่นี้ทำธุรกิจร่วมกันคือ ร้านทำผมนามว่า “ร้านฮาชิ” ตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่ยังรักกันปานจะกลืน จนกระทั่งเลิกกันสาวแป้งก็ยังคงถือหุ้นร้านนี้อยู่มิได้ถอนออกแต่ประการใด เรียกได้ว่า มีสปิริตแรงกล้า ไม่ว่าคาสโนว่าตัวพ่อจะคบใครก็ไม่ได้กระทบกระเทือนต่อการทำธุรกิจร่วมกันแต่ประการใด แต่แล้ว

เมื่อไม่นานนี้ สาวแป้งก็ถึงคราวต้องเม้งแตก เมื่อมีคนตาดีไปเห็นข้อความในเฟสบุ๊คของสาวแป้งที่ระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นตันใจมานานเกี่ยวกับฟลุ๊คถึงขนาดสาปส่งแช่งให้ไปลงนรกกันเลยทีเดียว ถามเอาความจากสาวแป้งก็ได้ความว่าที่โพสข้อความไปแบบนั้นเป็นเรื่องของความไม่พอใจในเรื่องการบริหารจัดการร้านของหนุ่มฟลุ๊คที่คิดเองเออเอง ไม่ถามตัวเธอสักคำ จึงทำให้สาวแป้งยั๊วะจัดสะบัดตูดขายหุ้นให้กับคนอื่นไป เพื่อความสบายใจของทั้งคู่คู่รักดาราอีกคู่ที่มี

กรณีเกิดการฟ้องร้องเรื่องการโกงเงินเพื่อนนักแสดงด้วยกัน จนกลายเป็นคดีความเมื่อหลายปีก่อนแล้วนั้น อย่างคู่ของ เกริก ชิลเลอร์ กับ อ้อม-ศานันทินี ชิลเลอร์ ที่ได้เปิดบริษัทร่วมกันกับเพื่อนดาราด้วยกัน ชื่อว่าบริษัท มาสเตอร์พีซ จำกัด ที่ได้ร่วมหุ้นเปิดกับเพื่อนดาราหลายคนเช่น ป๋อ ณัฐวุฒิ สะกิดใจ,ติ๊นา-คริสตินา อากีเรล่า, กีตาร์-ศิรพิชญ์ กฤษณะเศรณี, เป๊บ-นพสิทธิ์ เที่ยงธรรม เป็นต้น โดยคดีที่ฟ้องร้องกันนั้น เกิดจากการขัดผลประโยชน์ โดยกลุ่มของป๋อ-ณัฐ

วุฒิ หนึ่งในหุ้นส่วนนั้นได้ฟ้องร้อง อ้อม-ศานันทินีว่า ได้ทำการโกงเงินของบริษัท และมีการปลอมแปลงเอกสาร แต่ศาลได้ยกฟ้องไปเพราะมีหลักฐานไม่เพียงพอ ทั้งนี้ เกริก ชิลเลอร์ ยังได้ฟ้องกลับ ฝ่ายตรงข้าม แต่คดีนั้นก็ได้สิ้นสุดด้วยการยอมความกันคู่เพื่อนดาราที่ทำธุรกิจร่วมกันแล้วเกือบจะเจ๊งบ้งไม่เป็นท่าแถมยังสาดโคนใส่กันอย่างไม่หยุดยั้ง เห็นจะเป็นคู่อดีตเพื่อนเคยเลิฟกันอย่าง ตุ๊ยตุ่ย-พุทธชาด พงษ์สุชาติ กับ อ๋อม-สกาวใจพูลสวัสดิ์ ที่ตอนนี้หันมาสวมคอนเวิส

ตัดเพื่อนกันด้วยเรื่องของผลประโยชน์อีกตามเคย ตุ๊ยตุ่ยและอ๋อมนั้น ทำธุรกิจเครื่องสำอางภายใต้ชื่อ “แคทเธอลีน” แรกๆ ก็เหมือนว่าจะราบรื่นดี ไม่มีการขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์แต่อย่างใด แต่ร่วมหุ้นกันไม่นานเท่าไหร่ ก็มีข่าวลือว่าทั้งคู่แตกคอกันซะแล้ว ซึ่งปัญหาเกิดจากเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ไม่เข้าใครออกใครนั่นเอง 

‘หุ้นส่วน’ หรือจะเป็นความมั่นคงชีวิตดารา
ต่อจากคู่ (เคย) รักดารา หรือ เพื่อน (เคย) รักดาราที่ทำธุรกิจร่วมกันแล้วร่วง ก็มาถึงคู่รักดารา หรือเพื่อนซี้ดาราที่ทำธุรกิจด้วยกันแล้วรุ่งบ้าง ในวงการบันเทิงไทยนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลายต่อหลายคู่ที่กำลังทำร่วมกันแล้วไปได้สวยและมีแนวโน้มที่จะขยายกิจการร่วมกันอีกก็เยอะ แต่จะเป็นคู่ไหนบ้างต้องติดตามดูคู่หู-คู่รัก ทำธุรกิจรุ่งมีอยู่ไม่น้อยเลยที่ทำแล้วเข้าขาทำแล้วยิ่งเจริญขึ้นเรื่อยๆ อย่างคู่รักที่ทำธุรกิจด้วยกันแล้วรุ่งคงหนีไม่พ้นคู่ของ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์กับ เวีย

ร์-ศุกลวัฒน์ คณารจ ที่ลงขันเปิดร้านตุ๊กตาหมีนามว่า “เท็ดดี้เฮาส์” ที่ย่านวัยรุ่น สยามสแควร์ และดูท่าทางธุรกิจกำลังไปได้สวยเลยทีเดียว เพราะสาวแพนเค้กเปรยๆ ว่า กำลังจะมีสาขาต่อไปอีก แต่ขอเวลาศึกษาสักระยะ แหม...ช่วยกันทำมาหากินแบบนี้ สมแล้วที่เป็นคู่รักตัวอย่างที่รุ่งทั้งงานรุ่งทั้งรักสว่ นคหู่ ดู าราตา่ งวยั ทถี่ อื วา่ ประสบความสาํเรจ็ ในการทาํธรุ กจิ อยา่ งคขู่ องอ้วน-อนันต์ เสมาทอง หรือ อ้วน-รีเทิร์น กับปุ๊-ปิยมาศ โมนยะกุลที่ร่วมขันกันทำธุรกิจ

ด้านความสวยความงามด้วยกันจนประสบความสำเร็จมาหลายปีแล้วถือว่าเป็นคู่หู่ต่างวัยที่ทำธุรกิจร่วมกันแล้วรุ่งที่เดียวนอกจากยอดขายที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยังขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศอีกด้วยคู่แก๊งเพื่อนซี้ดารา-ไฮโซที่ร่วมกันทำธุรกิจและไปได้สวยอีกแก๊งหนึ่งที่มีเพื่อนร่วมก๊วนเป็นทั้งดาราและไฮโซ อย่าง หนิง-ศรัยฉตร กุญชรณ อยุธยา ดารา-พิธีกรที่มากความสามารถ ซึ่งร่วมหุ้นกับเพื่อนดารา-ไฮโซด้วยกัน อย่าง เอ๋-พัชรี รักษาวงศ์, จุ๊-นาขวัญ

รายนานนท์ และแจน-ศิรนุช โรจนเสถียร จึงร่วมลงขันเปิดตัวสถาบันเสริมทักษะภาษาอังกฤษ “Just English!” ขึ้นซึ่งสถาบันสอนภาษาอังกฤษของสาวหนิงนี้ก็ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จมาหลายปี ซึ่งสาวหนิงเผยว่า การเปิดสถาบันการสอนภาษาอังกฤษนั้นต้องหาจุดเด่นของสถาบันให้เจอ สำหรับการเรียนการสอนของสถาบันตนนั้นจะเน้นที่การออกเสียงและสำเนียงเป็นหลัก เพื่อให้สามารถพูดภาษาอังกฤษให้ได้สำเนียงที่เป็นภาษาอังกฤษจริงๆการร่วมหุ่น

ส่วนกันนั้นไม่ว่าจะเป็นดาราหรือบุคคลทั่วไปสิ่งที่สำคัญก็คือ ความจริงใจต่อกันในการทำธุรกิจ เพราะหากขาดข้อนี้ไปแล้วธุรกิจก็จะอยู่ไม่ได้ การที่เป็นดารา-นักแสดงนั้นย่อมมีภาษีในการทำธุรกิจที่ดีกว่าคนทั่วๆไปอยู่บ้าง เพราะเป็นบุคคลที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายอีกทั้งยังได้เปรียบกว่าบริษัทอีกหลายที่ ตรงที่เป็นบุคคลสาธารณะและเป็นคนของประชาชน แต่การจะทำให้ได้ดีกว่าคนอื่นหรือไม่นั้น คงต้องวัดกันที่ความสามารถมิใช่ชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว 

เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว