หลุดพ้น?
“ประชาธิปัตย์” ต้องการเป็นตัวของตัวเอง...และไม่อยากตกเป็น “ขี้ปาก” ของใครอีกต่อไป? นโยบาย “ประชานิยม” กับการตอบคำถามผู้สื่อข่าวของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยฯ” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้นำประเทศ ให้คำตอบแก่คนไทย...เรากำลังจะ “หลุดพ้น” จากการบริหารประเทศแบบ ประชานิยม และเข้าสู่การบริหารแบบ รัฐสวัสดิการสิทธินายกรัฐมนตรีให้ความหมายว่า...รัฐสวัสดิการสิทธิ หมายถึง การดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
ขณะที่ ประชานิยม คือการหยิบนโยบาย ให้ใจคน ด้วยสิ่งแอบแฝงเพื่อหวังผลทางการเมืองพร้อมยืนยัน “เสียงแข็ง” ต่อผู้สื่อข่าว...ทุกคนต้องเข้าใจใน “คำพูด
ของผม” เพราะทั้งสองนโยบายเป็นหลักการบริหารที่ “แตกต่างกัน” สิ่งหนึ่งที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สื่อสารไปถึงประชาชน คือ รัฐบาลนี้ต้องการ “ความเปลี่ยนแปลง”รัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าไป “ลอกเลียนแบบ” นโยบายของใคร...หรือถูกมองว่าสร้างคะแนนนิยมด้วยวิธี “คล้ายคลึงกัน”ที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ทำได้...แต่ทำได้ไม่ดีเท่า...ถึงขั้น “ต่ำกว่ามาตรฐาน” จนเกิดการเปรียบเทียบ...อุปมาอุปมัยเหมือน “เด็กประถมลอกการบ้าน”ขนาดไปลอก
เขา...ตัวเองยังลอกมาแบบผิดๆแล้วแบบนี้จะให้ประชาชนฝากชีวิต...และฝากปากท้องไว้กับ “รัฐบาล” ได้อย่างนั้นหรือ?ต้นตำรับ “ประชาธิปัตย์” คือ “ประชานิยม”แต่ทำไมประชาชนกลับนึกถึงประชานิยมโดยมีสัญลักษณ์เป็นใบหน้า “ทักษิณ ชินวัตร”มันมิใช่เพราะเหตุผลอื่นใด...นั่นเป็นเพราะประชาธิปัตย์ “ทำลายล้าง” ตัวท่านเองประชาธิปัตย์ “พูด” แต่ “ไม่เคยทำ” หรือเป็นเพราะ “ทำไม่ได้” ใช้เวลาหมดไปกับการเชือดเฉือนศัตรูทางการเมืองด้วยคมปากโดยเฉพาะ
หลักการบริหารประเทศ...มันไม่ได้อยู่ที่ “คำเรียกหา” ว่าบุคคลใดเป็นผู้เรียกขานคนแรกหากแต่อยู่ที่ “การจดจำ” ของประชาชนว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยได้รับ...เคยได้สัมผัส “ทักษิณ ชินวัตร” ทำสำเร็จเพราะลงมือทำ...ประชาธิปัตย์ล้มเหลวเพราะมัวแต่ยกหางกันเองไม่เชื่อลองดมดู...มือใครเหม็น...นั่นแปลว่า “ยกหาง” ไม่ดูตาม้าตาเรือ!