Skip to Content

ช ผวา ‘หน้าเหมือน’! เจ้าพ่อแชร์บลิสเชอร์



ข่าวเกี่ยวกับบริษัทขายตรง ถูกจับกุมหรือถูกตรวจสอบดำเนินคดีว่าเข้าข่ายเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เป็นการหลอกลวงประชาชน กำลังกลับมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เมื่อ 20 ปีก่อน ขบวนการแชร์ลูกโซ่เคยตกเป็นข่าวเกรียวกราวมาแล้วแชร์นํ้ามัน “แม่ชม้อย” หรือนางชม้อย ทิพย์โส ถือเป็นแชร์ลูกโซ่ต้นแบบที่โด่งดังมาก มีผู้เข้าไปร่วมวงแชร์ทั่วประเทศหลายหมื่นคน วงเงินหมุนเวียนไม่ตํ่ากว่าหมื่นล้าน สุดท้ายศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อ 27 กรกฎาคม 2532 ให้จำคุก20 ปี ฐานฉ้อโกงประชาชน ปิดฉากเจ้าแม่แชร์รายใหญ่ในยุคนั้นอย่างไรก็ตามแชร์ลูกโซ่ไม่ได้หยุดตาม เพราะมีทั้งแชร์แม่นกแก้ว แชร์เสมาฟ้าครามและแชร์ชาเตอร์ ซึ่ง

รายนี้ก็คือ นายเอกยุทธ อัญชันบุตรที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศจนหมดอายุคดีความแชร์บลิสเชอร์ เป็นอีกหนึ่งแชร์ฉาวที่แม้จะเกิดหลังแชร์แม่ชม้อย แต่ก็มีจำนวนของผู้ที่ถูกหลอกลวงถึง 24,189 คน มีวงเงินที่เกี่ยวข้องร่วมหมื่นล้านเช่นกัน ทำให้ต้องใช้เวลาในการตัดสินคดีนานถึง 15 ปี ด้วยข้อหาฐานฉ้อโกงประชาชน โฆษณาหลอกลวงชวนเชื่อให้สมัครบัตรสมาชิกท่องเที่ยว พักฟรี 4 วัน 4 คืน ตลอดระยะเวลา 20 ปีคำพิพากษาของศาล เมื่อ 4 มีนาคม 2551 ให้จำคุก น.ส.

อังสุนีย์พัฒนานิธิอดีตกรรมการบริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด นายแสงทอง แซ่กิมอดีตผู้ก่อตั้งบริษัทและพนักงานฝ่ายขายอิสระ และ นายอรรณพ กุลเสวตร์อดีตผู้จัดการสาขาศูนย์สีลมโดนกันคนละ 120,945 ปีนับเป็นคดีประวัติศาสตร์ของเมืองไทยคดีหนึ่ง ที่จำเลยได้รับโทษจำคุกสูงสุดกว่าแสนปี และน่าจะเป็นตัวอย่างคดีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งทำท่าว่าจะกลับมาระบาดหนักในสังคมไทยอีกครั้ง... ที่สะท้อนชัดเจนว่า “เชื้อแชร์ลูกโซ่ไม่เคยตาย”เพราะมีกระแสว่าผู้ที่เกี่ยว

ข้องโดยตรงกับแชรบ์ลิสเชอร์ และจำเลยในคดีบางคนอาจจะเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่ และกลับมาร่วมธุรกิจขายตรงเป็นนักขายลำดับต้นๆ ในบริษัทขายตรงมีชื่อแห่งหนึ่งแล้ว... คำถามคือเป็นไปได้อย่างไร???โดยเฉพาะกรณีของ นาย ช. ที่มีหน้าตาเหมือนกับนายแสงทอง แซ่กิม 1ในจำเลยคดีบลิสเชอร์ ซึ่งถูกศาลสั่งล้มละลายและจำคุกจู่ๆ ก็มีนาย ช. โผล่เข้ามาในแวดวงธุรกิจ สามารถทำทั้งธุรกิจขายตรง และธุรกิจก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้บริหารบริษัทมีบ้านมี

รถยนต์มีทรัพย์สินกว่า 20 ล้านเฉพาะบ้านย่านรามอินทราก็น่าจะมีมูลค่าร่วม 10 ล้านแล้ว ยังไม่นับคอนโดใจกลางกรุงเทพฯ อีกต่างหากถ้าหากนาย ช. เป็นจำเลยในคดีบลิสเชอร์จริงๆ คำถามจะต้องมีเกิดขึ้นตามมามากมาย ว่า แล้วคนที่ควรอยู่ในคุก และถูกให้เป็นคนล้มละลาย มาจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้อย่างไร แถมเป็นบริษัทอยู่ในย่านใจกลางธุรกิจ แถวๆ ถนนสุขุมวิทเสียด้วย ไม่ธรรมดาเลยที่สำคัญวันนี้ผู้ที่ถูกโกงจากแชร์บลิสเชอร์ หลายคนยังเป็นหนี้เป็นสินท่วม

หัวได้มีกระบวนการภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือดูแลหรือไม่?เงินนับหมื่นล้านจากแชร์บลิสเชอร์ไปอยู่ที่ไหน?กับกระแสข่าวลือที่ว่า มีนักการเมืองพรรคใหญ่ ที่ถือเป็นนักการเมืองมีอันดับในพรรคเข้ามาช่วยเหลือจำเลยคดีบลิสเชอร์บางคนให้กลับคืนสู่สังคมธุรกิจนั้น...เป็นเรื่องจริงหรือไม่?หรือว่า นาย ช.จะเป็นแค่คนหน้าเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในแวดวงดาราเท่านั้น!! 

เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว