Skip to Content

รู้เขารู้เรา

ผู้เขียนได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ “พิชัยสงครามศาสตร์นิพนธ์ของซุนวู” ถ่ายทอดเป็นภาษาไทยโดยคุณเจษฎา ทองรุ่งโรจน์ ซึ่งถือว่าเป็นหลักนิยมทางการทหารที่ลือกระฉ่อนไปทั่วโลกซุนวู เป็นปราชญ์ตะวันออกที่โรงเรียนเสนาธิการทหารของสหรัฐฯ และของไทย รวมถึงประเทศต่างๆ นำไปศึกษาแต่สำหรับหน้านี้ผู้เขียนเห็นว่าบทที่ 13 ว่าด้วย “การใช้จารชน” น่าสนใจมากที่สุด....แม้ซุนวูจะพูดและเขียนมาแล้วเมื่อ 2,500 ปีก่อน แต่มันยังใช้ได้กับยุคสมัยปัจจุบัน“ซูนวู” เขียนถึงงานการข่าวกรองไว้ในบทที่ 13 ของหนังสือเล่มนี้ว่า“เหตุปัจจัยอันทำให้ประมุขที่รู้แจ้ง และแม่ทัพที่ปราดเปรื่อง สามารถพิชิตชัยทุกศึก

และประสบผลสำเร็จอันวิเศษเหนือสามัญก็คือความรู้ล่วงหน้าหรือบุพญาน”ความรู้ล่วงหน้า หรือ บุพญาน ที่ซูนวูพูดถึงก็คือการข่าวกรองนั่นเอง เพราะการข่าวกรองคือการ “แจ้งเตือนล่วงหน้า “ให้ผู้นำรัฐบาล หรือ แม่ทัพ ได้ทราบล่วงหน้าถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น และหาทางรับมือกับอันตรายนั้นๆซุนวูกล่าวต่อไปว่า “ความรู้ล่วงหน้ามิอาจเค้นเอาจากผีสางเจตภูติ มิอาจอนุมานจากการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต หรือจากการคำนวณท้องฟ้า แต่ทว่าต้องได้มาจาก

คนผู้ที่รู้สถานการณ์ของศัตรูเป็นสำคัญ”หมายถึงว่า การข่าวกรองนั้นไม่ได้มาจากการหลับตานึกเอาเอง หรือไปขอจากผีสางนางไม้ หรือเทพพยากรณ์หมอดู โหราจารย์ทั้งหลาย แต่ต้องได้มาจากคนที่รู้เรื่องของศัตรูดีที่สุด การที่จะหาคนที่รู้เรื่องของศัตรูดีที่สุดก็ต้องหา “จารชน” ที่ดี เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวซุนวูแยกจารชนออกเป็น 5 ประเภทคือจารชนท้องถิ่น(2) จารชนไส้ศึก (3) จารชนสองหน้า (4) จารชนมรณะและ (5) จารชนคืนชีพซุนวูได้อธิบายว่า จารชนท้องถิ่น

นั้น คือ การใช้คนของศัตรูมาเป็นจารชนให้เรา จารชนไส้ศึก คือ การใช้ขุนนางของศัตรู จารชนสองหน้า คือ การใช้จารชนของศัตรูจารชนมรณะ คือ การใช้ตัวแทนของเราในการกระจายข่าวลวงแก่ศัตรู จารชนคืนชีพ คือ การใช้ตัวแทนของเราในการนำรายงานกลับมาซุนวูมองว่า “ประมุขที่รู้แจ้งและแม่ทัพที่รู้จริงเท่านั้นจึงสามารถใช้ตัวแทนที่ฉลาดลํ้าลึกเป็นจารชน จนประสบผลสำเร็จอันใหญ่หลวง”แนวคิดของซุนวูสอดคล้องกับงานข่าวกรองในปัจจุบันการหาข่าวซึ่งเป็น

ความลับของฝ่ายตรงข้ามหรือศัตรูนั้น วิธีดีที่สุดคือ การใช้คนของศัตรูเป็นสายลับ ยิ่งได้คนของศัตรูที่มีตำแหน่งสูงและเข้าถึงความลับของศัตรูได้ดีเช่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าถึงความลับในเรื่องนั้น ถือว่าเป็นงานข่าวระดับสูงเรื่องการใช้ “สายลับสองหน้า”ซุนวูชี้แนะไว้นานแล้วว่า “พึงสืบหาจารชนของศัตรูติดสินบาทคาดสินบน มอบหมายภารกิจ แล้วส่งตัวกลับไปทำเช่นนั้น จึงได้ตัวและใช้จารชนซ้อนกลได้” นัยหนึ่งเปลี่ยนสายลับของศัตรูให้มาทำงานให้

กับฝ่ายเรา โดยยังแสร้งว่าเป็นสายลับของศัตรูอยู่ใครทำได้อย่างนี้ถือว่าเป็นสุดยอดของจารชนคนที่จะทำงานข่าวกรองหรือทำงานด้านจารชนได้ต้องผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้แม้แต่สายลับก็ต้องได้รับการอบรมในระดับหนึ่งเพื่อให้การรวบรวมข่าวและการรายงานข่าวถูกต้องใกล้เคียงความจริงมากที่สุดส่วนคนที่สามารถสร้างสายลับและใช้สายลับได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่มีศักยภาพสูงเท่านั้นประหนึ่งประมุขที่รู้แจ้ง

และแม่ทัพที่รู้จริง ไม่เช่นนั้นโดยสายลับหลอกให้ไขว้เขว และอาจทำให้รัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดได้จนก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติถึงบรรทัดสุดท้าย...ขอใช้สิทธิประชาชนคนไทยเสนอให้รัฐบาลหยิบ “งานจารชนฉบับซุนวู” มาใช้...จะได้มีระฆังสั่นเตือนรัฐบาลให้รู้ล่วงหน้า...รัฐบาลไทยจะได้เลิกใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเสียที...หรือจะได้ปิดตำนาน “ผมยังไม่ได้รับรายงาน”ฟังแล้วมันเซ็ง!!! 

กระบี่ที่หนึ่งชินษิณพลันหลับตาพริ้ม ก่อนสรุปหมากเกมสุดท้าย

บนยอดเขาสูงเทียมเมฆ กระบี่ที่หนึ่งชินษิณสูดหายใจลึกยาว ก่อนชำเลืองมองสมรภูมิรบเบื้องล่างอย่างถ้วนถี่ ฮึๆ กำลังพลเราคล้ายพร้อมรบประจัญบาน ต่างกระเหี้ยนหระหือรือ พร้อมจะเข้าห้ำหั่นกับศัตรูมิเกรงภัย ชินษิณครุ่นคำนึง! แต่จะวางใจอะไรยังไม่ได้ก่อน ด้วยยังไม่แจ้งใจว่า ใครภักดี ใครเป็นไส้ศึก แม้นผลีผลามอาจตกหลุมพลาง พาไพร่พลก้าวเข้าสู่กับดักตกตายโดยใช่เหตุ แต่หากเนิ่นนานชักช้า ศัตรูไหวทัน รู้ที่ตั้งกำลังหลักของเราที่ซ่อนกำบังอยู่ ย่อมถูกจู่โจมทำลาย ยากพลิกกลับมาแก้ตัวได้ใหม่ คิดได้ดังนั้น กระบี่ที่หนึ่งชินษิณพลันหลับตาพริ้ม ก่อนสรุปหมากเกมสุดท้ายที่จะรุกฆาต เพราะลงใจได้ว่า การเจรจากับตุ๊ดกงกง รังแต่จะทำให้ขุนพลและไพร่พล เสียขวัญหมดกำลังใจ

ลับ ลวง พราง คนเสื้อแดง

ชาว กทม. 8/2/2553 สวัสดีครับ ทุกท่านครับ เวลานี้ข่าวที่ดังที่สุด คงไม่หนีข่าวของคนเสื้อแดงครับ เพราะนับวันจะยิ่งดุเดือดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ เสธ.แดง คนดัง กับ พลเอก พัลลภ ที่ท่าทางจะแตกแยกกัน เพราะเรื่องการแข่งกันเป็นผู้นำของเสื้อแดง แต่สำหรับผมนะครับ การที่ใครสักคน จะมารับอาสาทำงานเพื่อชาติให้สำเร็จลุล่วงนะครับ มันช่างลำบาก และต้องยอมรับการตราหน้าของคนในชาติให้ได้ จึงจะเรียกว่า สมบูรณ์แบบ การที่ทหาร /เสธ.แดง กับพวก มีความรู้เชิงทหาร แผนการ ยุทธวิธี..ยากส์ที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจได้ว่า สิ่งที่เขากระทำนั้น คืออะไร กำลังทำอะไร ขนาดกองทัพ ทั้งกองทัพ ยังต้องมาปวดหัวกับ นายทหารท่านนี้ ไม่มีใครรู้หรอกว่า เสธ.แดง กำลังคิด ทำอะไร เพราะสิ่งที่เขากระทำ กับคำพูดนั้น มันช่างไม่สอดคล้องกัน เรียกว่า ลับ ลวง พราง ทั้งข้าศึก และพวกเดียวกันเอง จนบางครั้งตัว ท่านเองก็เป๋เหมือนกัน อย่างเช่น เขาว่าไม่ได้เป็นเสื้อแดงนะ แต่เข้าไปยุ่มย่ามกับพวกเสื้อแดง แต่การกระทำของเขา กลับต้องการเล่นงานพวกพันธมิตร...กองทัพบอก เสธ.แดงเอาทหารพรานมาวุ่นวาย แต่เสธ.แดงบอกว่า เข้ามาเพื่อควบคุมมิให้ทหารพราน ก่อความวุ่นวาย ครับ มันช่างหลอกล่อกันไปมา จนชาวบ้านธรรมดา ดูแล้ว โอ๊ย..ปวดหัว..หลายคนด่า เสธ.แดงไม่ดี แต่สำหรับผมนะครับ คนที่ยิ่งโดนยิ่งเนียนที่สุด ...การแตกตัวของคนเสื้อแดง มันจำเป็นเป็นอย่างมากครับ เพราะผมเคยบอกไงครับ ลูกโปร่งที่อุ้มน้ำจนมาก ถ้าโดนเข็มจิ้มเบาๆ แตกหมดเลยครับ แต่ถ้ามีการแบ่งแยกลูกโปร่งใส่น้ำแล้วละก็ ลูกไหนโดน ก็ยังเหลืออีกลูกครับ หมายความว่า ถ้าเกิดกองทัพคนเสื้อแดงโดนปราบ ก็ยังเหลืออีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่ม นปช. กลุ่ม สมยศ กลุ่ม สุรชัย..ครับ นับว่าเป็นยุทธวิธี ที่ถูกต้องแล้วนะครับ ยิ่งแตก ยิ่งใหญ่ ยิ่งสู้ ยิ่งมากมาย คนเสื้อแดงไม่แตกหรอกครับ เป็นเพียงบทละคร ที่ต้องแสดงไว้อย่างนั้น เพื่อความอยู่รอดของ กองทัพเสื้อแดง ในนามว่า กองทัพประชาชน เพื่อประชาธิปไตยครับ....ถูกต้องแล้วครับ.....ที่รัก ส่วนใครจะเป็น แม่ทัพ อุยกาย ผู้ที่เสียสละเพื่อความจงรักภักดี ใน 3ก๊ก ก็จับตาดูกันเองนะครับ ระหว่าง...... พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ์ / นาย เนวิน ชิดชอบ พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี / พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล ///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ฟังจบ! แววตากระบี่ที่หนึ่งชินษิณเป็นประกายวาว ยากคาดเดาความหมาย

หลังจากกระบี่ที่หนึ่งชินษิณ ฟังรายงานจากม้าใช้จบ ก็ตบโต๊ะผางยากควบคุมอารมณ์ อุทานขึ้นว่า "อะไรกัน! ขุนพลเนรวิน กลับเป็นผู้ร่วมก่อการวางแผนยุบพรรคเราตั้งแต่แรก บัดซบ! ยังนับเป็นผู้คนได้อยู่อีกล่ะหรือ" ชินษิณสูดหายใจลึกยาวยากข่มใจ แล้วถามม้าใช้ว่า "แล้วกองกำลังหลักของตุ๊ดกงกง พวกเราได้กระทำการไปถึงไหนแล้ว" ม้าใช้กุมมือคำนับก่อนรายงานว่า "กองกำลังพยัคฆ์บูรพา ไพร่พลเรายกกำลังไปตัดไม้ข่มนามถึงหน้าค่าย สำนักกรมอัยการ ก็วางกำลังปิดสกัดเส้นทางลำเลียงไว้สิ้นแล้ว และหมายกำหนดการต่อไป คือยกไพร่พลไปตีค่าย กกต เพื่อประกาศความต่ำช้าสามานย์ ให้อาณาประชาราษฎร์ได้รู้เช่นเห็นชาติกันทั่ว เชื่อว่าการทั้งนี้ มวลมหาประชาชน จะเข้าร่วมขับไล่ตุ๊ดกงกงอีกเป็นอันมาก" ฟังรายงานจบ แววตากระบี่ที่หนึ่งชินษิณเป็นประกายวาว ยากคาดเดาความหมาย ฮึๆ แผนแยกขุมกำลังซ่อนอำพราง ก็บรรลุเป้าหมายด้วยดี ชินษิณพิเคราะห์! การประกาศเผด็จศึกขั้นสุดท้าย ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วกระมัง

ใครคือแม่ทัพ.....อุยกาย....

.................ท่านทั้งหลาย ใครคือแม่ทัพอุยกาย ผู้ยอมพลีกายทำลายทัพโอหัง ของมหาอำมาตอำมหิตโจรโจโฉ...............

กลศึกที่เราวางไว้นี้ ศัตรูย่อมพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ฮึๆ ฮึๆ

ม้าใช้พลันกุมมือคำนับ ก่อนรายงานด้วยท่าทีแตกตื่นว่า "บัดนี้ตุ๊ดกงกง ปิดสกัดเส้นทางเราไว้แทบสิ้นแล้ว โดยจัดส่งไพร่พลออกมา ตั้งขัดตาทัพไว้ถึง 38 หัวเมืองใหญ่ ขอรับ" กระบี่ที่หนึ่งชินษิณฟังจบ กลับยิ้มกล่าวอย่างสบายอารมณ์ว่า "ฮึๆ เห็นเทพยดาจะเชิดชูเรา ใหได้ชัยชนะในศึกครั้งนี้ จึงทำให้ศัตรูตัดสินใจผิดพลาด แบ่งแยกขุมกำลังออกมาไว้ตามหัวเมืองใหญ่ กลางเมืองหลวงจึงมีทหารเบาบาง ง่ายต่อการพิชิตชัยชนะ" กล่าวจบ ชินษิณพลันกระซิบสั่งการลับกับที่ปรึกษาคนสนิทว่า "บัดนี้ ท่านจงนำสาส์นนี้ไปถึงท่านกุนซือ และอย่าให้หนังสือฉบับนี้ ล่วงรู้ถึงศัตรูเป็นเด็ดขาด กลศึกที่เราวางไว้ต่อไปนี้ ศัตรูย่อมพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ฮึๆ ฮึๆ"

แสดงความคิดเห็นใหม่

ข้อมูลในช่องนี้ จะไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.