ทางออก...เป็นสิ่งที่สังคมต้องการใช่หรือไม่?
สังคมคงอยากได้คำอธิบายที่ฟังแล้วเชื่อได้ว่า...มีเหตุผลมีประโยชน์ต่อส่วนรวม มิใช่อธิบายที่ป้ายสีกันไปมา แบบภาษานักการเมืองที่ชอบกล่าวว่า...มึงชั่วกูดี หรือมึงก็ทำชั่วมาก่อน แล้วจะมาว่ากูทำไม่ดีได้อย่าง
นักการเมืองที่ดูว่าจะดีนั้นก็คงจะดีได้เฉพาะตัวเอง แต่จะไปชักชวนให้คนอื่นดีตาม ก็คงไม่กล้าที่จะทำ เพราะกลัวจะต้องตกจากเก้าอี้ จึงต้องทำตัวแบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
ถ้าไม่อยากถูกยุบพรรคหรือถูกตัดสิทธิ์ในฐานะเป็นกรรมการบริหารพรรค...ทางออกอย่างอื่นก็น่าจะมี เช่น อย่าไปเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือออกกฎหมายว่า ส.ส. ไม่ต้องสังกัดพรรคก็ได้
การไหว้ที่บอกว่า ส.ส. เป็น “ท่าน” นั้น...คนที่ทำหนังสืออย่างนี้กำลังคิดว่า สถานะของบุคคลของข้าราชการในส่วนสภาผู้แทนราษฎรนั้นต่ำกว่าคนที่เป็น ส.ส. ใช่หรือไม่?
พวกหนึ่งใช้ สีพระจันทร์ เป็นสัญลักษณ์...อีกพวกหนึ่งใช้ สีพระอาทิตย์ยังตามมาด้วยพวกที่เนรคุณสีพระอาทิตย์แยกตัวออกมาใช้ สีนํ้าทะเล อีกพวกหนึ่งเมืองไทยเลยเหมือนมีสามก๊ก...ที่ทุกก๊กก็ต่างอ้างความรักชาติ
การทุจริตทางการเมือง (Political corruption) หมายถึงการใช้อำนาจรัฐไปหาผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้องเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ของเจ้าหน้าที่รัฐไปหาประโยชน์โดยผิดกฎหมายการทุจริตทางการเมืองมีหลายช
ที่น่าสังเกต คือ ทำไมระบบการตรวจสอบในไทยจึงทำได้ช้า และทำไมต้องรู้เรื่องการทุจริตหรือการรับสินบนจากต่างประเทศก่อน ระบบของไทยที่มีอยู่ไม่สามารถตรวจสอบได้เองเลยหรือ?
เวลา 3 ปีที่ผ่านมา...นับจากวันที่ 19 กันยายน 2549วันที่ประชาชนฝากความหวัง หวังว่า “บ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย” จะมีการตรวจสอบเรื่องทุจริตต่าง ๆ ที่เป็นเหตุผลของการยึดอำนาจแต่ความหวังเช่นว่านั้น...กลับกลา